หยางที่นั่งอยู่ข้างหน้าเห็นทิวทัศน์ที่คึกคักนี้ก็พิงหลังมาน้อยๆ มือหนึ่งจับแขนเสื้อนางไว้ ทั้งมีความสุขและขลาดกลัวอยู่บ้าง
พอสังเกตเห็นเขาอยู่ไม่สงบ เฟิ่วจิ่วหัวเราะ ลูบศีรษะเล็กๆ นั่นเบาๆ ถึงจะมองยังสองคนที่เข้ามารับหน้าพร้อมขานเรียก
“ท่านปู่ ท่านพ่อ ลูกกลับมาแล้วเจ้าค่ะ”
“เจ้าเด็กคนนี้ ทำไมบอกว่าจะไปก็ไปไม่ปรึกษาพ่อเสียหน่อยเล่า? ทำให้ช่วงนี้พ่อเป็นห่วงอยู่ตลอด ตอนนี้กลับมาก็ดี กลับมาก็ดีแล้ว”
เขาเข้ามาจูงเหล่าไป๋ เห็นเด็กน้อยที่นั่งอยู่ด้านหน้า จึงเอ่ยถามอย่างแปลกใจ “เด็กคนนี้มาจากไหนกัน?”
เฟิ่งจิ่วพลิกตัวลงจากม้า ค่อยอุ้มหยางหยางลงมา
“จะถามมากมายเพียงนั้นไปทำไม? นี่ยังอยู่บนถนนนะ! เร็วๆๆ กลับเข้าบ้านก่อนค่อยคุยกัน” ท่านผู้เฒ่าถลึงมองเฟิ่งเซียวแล้วให้คนจูงม้าออกไป ใครจะรู้พอทหารอารักขาชำเลืองมองก็ลากเหล่าไป๋ไม่ขยับเลย
“คุณหนูใหญ่ ม้าตัวนี้ลากไม่ไปเลยขอรับ” ทหารอารักขาคนนั้นจับๆ จมูกพูดหน้าเจื่อนๆ
ได้ยินเช่นนี้ เฟิ่งจิ่วหัวเราะเบาๆ เข้าไปลูบหัวเหล่าไป๋พูดตรงข้างหูสองสามประโยคก็เห็นเหล่าไป๋แกว่งหางไปมา ถึงจะกระทืบกีบม้าเดินไปข้างหน้า
ส่วนฉิวฉิวที่ปะปนอยู่ท่ามกลางฝูงชนก็วิ่งเข้าไปก่อนแล้วก้าวหนึ่ง จึงวิ่งวนอยู่ภายในจวนตระกูลเฟิ่ง
“ฮ่าๆ ม้าตัวนี้ไม่เลวเลย แค่รูปร่างประหลาดไปหน่อย” เฟิ่งเซียวหัวเราะร่า มองเหล่าไป๋ที่รูปร่างเหมือนม้าหน้าตาเหมือนมังกร สงสัยนิดหน่อยว่าเป็นตัวอะไรกันแน่?