รก จึงมอบไม้วิญญาณให้พวกเราไว้เป็นที่พักพิงหล่อเลี้ยงวิญญาณ ทั้งยังกำชับว่าห้ามทำร้ายผู้คน สองปีมานี้พวกเราจำไว้มั่นทั้งวันคืน ใจสำนึกบุญคุณมิกล้าทำชั่ว เพียงแต่ไม่นึกว่าจะโดนนักพรตคนนั้นเพ่งเล็ง คืนนี้หากไม่มีคุณชาย กลัวว่าแม้แต่ผีอย่างเราก็ยังสู้ไม่ไหว”
ได้ยินคำพูดนี้ แล้วมองไม้วิญญาณนั่นอีกที เธอถึงจะนึกขึ้นได้ ที่แท้โลกนี้ยังมีเรื่องเช่นนี้อยู่ด้วย
แต่เธอยังถามอีกว่า “ในเมื่อยอดปรมาจารย์ผู้นั้นก็มีจิตใจดี ซ้ำพวกท่านยังเป็นผี ทำไมตอนนั้นถึงไม่มอบหยางหยางให้เขาเสียเล่า?”
“เคยแล้วขอรับ”
ครั้งนี้คนที่พูดคือชายหนุ่ม เขามองเฟิ่งจิ่วพลางพูด “ตอนนั้นพวกเราขอร้องให้ยอดปรมาจารย์ท่านนั้นพาหยางหยางไป ถึงอย่างไรกายเราเป็นวิญญาณยากจะเลี่ยงพลังหยินในร่าง กลัวว่าเด็กอยู่ด้วยจะไม่ดีนัก แต่เขาปฏิเสธ บอกว่าเมื่อเวลามาถึงจะมีผู้สูงศักดิ์มาช่วย จนมาคืนนี้ พวกเราถึงรู้ว่าผู้สูงศักดิ์ที่เขาบอกที่แท้คือคุณชาย”
เฟิ่งจิ่วลูบๆ คาง แอบคิดว่าโลกนี้ก็มีผู้เก่งกาจที่สามารถพยากรณ์อนาคตได้ด้วยหรือ?
“นักพรตนั่นตายแล้ว จากนี้ไปพวกท่านมีแผนเช่นไร?” เธอมองพวกเขาพร้อมถาม
“ขอให้คุณชายพาหยางหยางไปเถอะ! พวกเรา พวกเราเป็นผี ไม่อาจอยู่ร่วมกันได้” หญิงสาวสะอื้นเบาๆ แม้ในใจยังอาลัยอาวรณ์ กลับไม่มีทางเลือกเช่นกัน
“คุณชายโปรดพาหลานชายเราไปเสีย! คุณชายมีพระคุณยิ่ง ไว้ชาติหน้าพวกเราค่อยตอบแทน” ชายชรากับหญิงชราคารวะไปทางเฟิ่งจ