ันพลางพูด พร้อมตัดสินใจเรื่องชื่อ
ทว่าเฟิ่งจิ่วที่กอดฉิวฉิวไว้กลับไม่เห็น ดวงตาสีน้ำเงินเข้มของเจ้าตัวเล็กที่ฟุบอยู่ในอ้อมแขนนั้นเต็มไปด้วยความโกรธเกรี้ยว แต่กลับไม่กล้าทำอะไรเธอ ทำได้เพียงเป็น ‘หมาน้อย’ ตัวหนึ่งไปอย่างเชื่องๆ
วันต่อมา เมื่อเหลิ่งซวงเห็นนายท่านกอดเจ้าก้อนเนื้อกลมออกมาก็ผงะไปนิด ทว่าไม่ถามอะไรมาก บอกแค่ว่า “นายท่าน อาหารเช้าเตรียมไว้เรียบร้อยแล้วเจ้าค่ะ”
เฟิ่งจิ่วนั่งลงทานอาหารพลางป้อนให้ฉิวฉิวบ้าง กลับเห็นมันหันหน้าหนีด้วยความหยิ่งยโส รังเกียจกันนักอย่างเห็นได้ชัด
เห็นเช่นนี้เธอก็ไม่ใส่ใจ หลังทานอาหารเช้าจึงส่งฉิวฉิวให้เหลิ่งซวงไปดูแล ส่วนตัวเองไปยังเรือนด้านหน้า ว่าจะหารือเรื่องต่อจากนี้กับหัวหน้าเคอ
ในห้องโถง
“ฮ่าๆๆ น้องชายภูตหมอ เจ้ามาแล้ว มาๆๆ นั่งเถอะ”
หัวหน้าเคอให้คนยกชากับขนมมา รอจนเฟิ่งจิ่วนั่งลงแล้วถึงจะกล่าว “ครั้งนี้ตลาดมืดเราต้องขอบคุณท่านจริงๆ หากไม่มีท่านปีนี้ก็ไม่อาจคว้าชัยอันดับหนึ่งได้ แต่ที่ข้าต้องขออภัยอย่างมากคือการปล่อยให้น้องชายถูกคนตำหนักยมราชลักพาตัวไปเสียจนทำให้ตกใจ”
กล่าวจบเขาก็ยิ้มมองเฟิ่งจิ่ว บอกว่า “ข้าเตรียมของขวัญไว้มากมายเป็นพิเศษเพื่อขอบคุณเจ้า” เขาปรบมือ จากนั้นเห็นผู้อารักขาสองนายยกถาดเดินเข้ามา
เฟิ่งจิ่วมองไป เห็นบนถาดมีผ้าแดงคลุมไว้ มองไม่ออกว่าเป็นอะไร จึงไม่พูดไม่จา เพียงมองอยู่เงียบๆ ขณะมุมปากอมยิ้ม
หัวหน้าเคอก้าวเข้ามายกผ้าแ