ดผู้ชาย แต่นางในคืนนี้อาจเพราะก่อนหน้านี้กำลังพักผ่อนอยู่ ดังนั้นเส้นผมสีหมึกจึงปล่อยสยาย
เห็นเส้นผมสีหมึกราวเส้นไหมสยายอยู่บนหลัง และมีอีกสองสามเส้นห้อยปรกอยู่ข้างแก้มข้างหนึ่ง ยิ่งเสริมเพิ่มความงดงามมีเสน่ห์น่ามอง ทำให้สายตาเขาค่อยๆ ลึกขึ้น
เฟิ่งจิ่วที่กอดผ้าห่มอยู่โดนแววตาลึกล้ำจ้องมองอย่างเร่าร้อนเช่นนั้น ร่างกายอึดอัดขึ้นมาทันใด ยิ้มทั้งหน้าเหยเก ถามว่า “ท่านเจ้าตำหนัก ท่านมาหาข้ามีเรื่องอะไรรึขอรับ?”
ได้ยินคำเรียกนั้น เจ้าตำหนักยมราชก็ขมวดคิ้วขึ้นมา “ข้าแก่มากงั้นรึ?”
เฟิ่งจิ่วพูดอะไรไม่ออก เพียงอยากพูดว่าท่านเจ้าตำหนัก ท่านจับประเด็นสำคัญผิดไปรึเปล่า?
“ข้าแก่มากรึ?”
เขาถามอีกครั้ง ราวกับคำถามนี้ช่างอ่อนไหวยิ่งนัก นัยน์ตาดำอันลึกล้ำจ้องนางตาเขม็ง เหมือนว่าหากนางไม่พูดคำตอบที่ทำให้เขาพอใจ ก็จะไม่ละเลิกแค่นี้
“แหะๆ ท่านไม่แก่ขอรับ ไม่แก่เลย” เธอยิ้มเจื่อนๆ รู้สึกว่าเขาไร้เหตุผล ที่มาจริงจังกับเธอด้วยคำถามนี้
แววตาลึกล้ำของเจ้าตำหนักยมราชมองลึกลงไปที่นาง สายตาแผดเผาจับจ้องบนใบหน้ารูปไข่ที่ชุ่มชื้นอ่อนโยน ดวงตาฉายประกายเล็กน้อย เอ่ยปากด้วยท่าทีเคร่งขรึมจริงจัง
“ข้าอายุยี่สิบห้า ยังไม่ได้แต่งงาน”
“หึ!”
เธอได้ยินคำพูดนี้ ค่อยมองใบหน้าที่เคร่งเครียดจริงจัง อดไม่ได้ที่จะหลุดหัวเราะออกมาอย่างไม่อาจกลั้นไว้ได้ เร่งรีบใช้มือปิดปากกลั้นขำ กระแอมไปเบาๆ ถึงจะบอกว่า “นี่ ท่านเจ้าตำหนัก! ด้ว