วดเร็ว ไม่กล้าอยู่ที่นี่ต่ออีก คล้ายกลัวว่าเขาจะเปลี่ยนใจอีก
“ใต้เท้าภูตหมอ เชิญท่านไปพำนักที่จวนเจ้าเมืองเถิด ให้โอกาสข้าน้อยได้ไถ่โทษ” ท่านเจ้าเมืองข้างๆ ปริปากเอ่ย คิดจะพยายามกู้หน้าจากความผิดที่ทำไปก่อนหน้านี้
หัวหน้าเคอจับจ้องบนร่างเจ้าเมืองฉางด้วยสายตาตรวจสอบ นัยน์ตาฉายประกาย ไถ่โทษงั้นรึ?
“ไม่ต้องหรอก” เฟิ่งจิ่วกล่าวเบาๆ บอกกับเหลิ่งซวงข้างกายว่า “เจ้าจูงเหล่าไป๋ไปที”
เหลิ่งซวงมองไปตามสายตานาง เห็นม้าอ้วนที่นอนกรนเสียงดังอยู่บนพื้น แม้จะแปลกใจว่านายท่านได้ม้าเช่นนี้มาได้ยังไง แต่ก็ยังคงเข้าไปจูงเชือกม้ามา
เพราะดึงขยับเชือกม้า เหล่าไป๋จึงตื่นขึ้นมา เมื่อเห็นเหลิ่งซวงในชุดดำที่มีกลิ่นอายงดงามเย็นชา ก็น้ำลายไหล ลุกยืนขึ้นและเข้าไปใกล้เสียเอง
“ข้าสั่งให้ทางตลาดสาขาย่อยด้านนั้นจัดเตรียมที่พักไว้แล้ว เช่นนี้เถอะ! พวกเราเข้าไปกันก่อน เรื่องอื่นรอกลับไปค่อยว่ากัน” หัวหน้าเคอพูดจบ ก็ทำท่ามือเชื้อเชิญให้เฟิ่งจิ่ว
“อืม” เฟิ่งจิ่วขานรับ สาวก้าวเดินไปด้านหน้า ทว่า พอก้าวออกไป กลับชะงักลง แววตามองไปมุมหนึ่งอย่างมีความนัย
เห็นเขาหยุดฝีเท้าลง หัวหน้าเคอจึงถามว่า “เป็นอะไรรึขอรับ?”
“ไม่มีอะไร” เธอส่ายหน้า ถึงจะสาวก้าวเดินไปด้านหน้าต่อ
เหลิ่งซวงจูงเหล่าไป๋ตามไปด้านหลัง เดินทางไปยังตลาดมืดสาขาย่อย ไม่นานนัก ก็หายไปจากหน้าหอเมฆาทรงเกียรติ…
ในมุมมืด ฮุยหลางกับอิ่งอีมองหน้ากันแวบหนึ่ง ก่อนจะมองไป