ั่งลงข้างโต๊ะ เห็นอาหารสองสามอย่างบนโต๊ะล้วนเป็นของชอบ ก็หรี่ตาลงยิ้มมองเหลิ่งซวงอย่างอดไม่ได้
“เหลิ่งซวง มีเจ้าอยู่ข้างกายนี่ช่างดีนัก ดูสิ แม้แต่ข้าอยากกินอะไรถึงไม่บอกเจ้าก็รู้ได้” เธอหยิบตะเกียบขึ้นกินอาหาร พลางบอกว่า “เจ้าก็นั่งกินด้วยกันสิ! ยังไงซะข้าก็กินคนเดียวไม่หมดหรอก”
“ไม่ต้องหรอกเจ้าค่ะนายท่าน ในห้องครัวด้านนั้นข้ายังมีอีกชุดหนึ่ง” นางมาช่วยเฟิ่งจิ่วตักน้ำแกงตรงข้างโต๊ะ
“จริงด้วย หลังจากนั้นงานแข่งยาทิพย์เป็นเช่นไรบ้าง?” เธอกินไปพลางเอ่ยถาม หากไม่ถามตอนนี้ ก็ไม่รู้ว่าตอนหลังสมาคมได้อันดับหนึ่งรึเปล่า?
“ตลาดมืดได้อันดับหนึ่งเจ้าค่ะ”
เหลิ่งซวงพูดจบ ก็มองนางที่กำลังทานอาหาร ชะงักลงสักพัก บอกว่า “แต่นายท่าน หลายวันนี้ที่ท่านโดนจับตัวไป ด้านนอกกลับมียาของท่านถูกประมูลในราคาสูง เพราะเป็นเช่นนี้ ช่วงเวลานี้จึงแทบพูดได้ว่าชื่อของภูตหมอกลายเป็นข่าวเล่าลือในทุกเมืองใหญ่เลยเจ้าค่ะ”
“เรื่องนี้คงเป็นฝีมือเจ้าตำหนักนั่น แม้ไม่ค่อยเข้าใจว่าทำเช่นนี้ไปเพื่ออะไร แต่ข้าก็ไม่ได้เสียหาย” นึกถึงเจ้าตำหนักยมราชผู้นั้น เธอก็นึกถึงตอนนั้นที่ผู้นำตระกูลหลิ่วเรียกหาอสูรครอบเมฆา แต่อสูรตนนั้นกลับไม่มา
“เหลิ่งซวง ตอนที่พวกเจ้ามาได้เห็นอสูรศักดิ์สิทธิ์บ้างหรือไม่?”
เหลิ่งซวงคิดไปคิดมา ก็ส่ายหน้า “ไม่เห็นเจ้าค่ะ แต่ได้ยินเสียงร้องคำราม ตอนนั้นพวกเราเข้าเมืองมาแล้ว”
“โอ้ แบบนี้เอง!” เธอพยักหน้า คิดว