อย่างเด็ดขาด แต่ที่พวกเขาคาดไม่ถึงคือแค่สังหารอสูรศักดิ์สิทธิ์ นายท่านถึงกับลงมือด้วยตัวเอง แล้วให้พวกเขาสองคนคอยชมเรื่องสนุกอยู่ตรงนี้อย่างว่างๆ
เฮ้อ! ใครให้นายท่านเห็นภูตหมอความสำคัญเช่นนี้เล่า? เดาว่าคงกลัวพวกเขาทำพลาด ดังนั้นจึงลงมือเสียเอง! ได้แต่พูดว่า ที่อสูรครอบเมฆาตัวนั้นพบนายท่าน เป็นเพียงเรื่องโชคร้าย
ใครให้มันดันบังเอิญมาเป็นอสูรศักดิ์สิทธิ์พิทักษ์คนบ้านตระกูลหลิ่วเล่า? พูดถึงอสูรศักดิ์สิทธิ์ก็ไม่เท่าไหร่ นึกไม่ถึงว่าผู้นำตระกูลที่รนหาที่ตายยังกล้าใช่อสูรศักดิ์สิทธิ์มาสังหารภูตหมอ ช่างเป็นการละเมิดข้อห้ามสำคัญของนายท่านพวกเขาจริงๆ
ตามเวลาผ่านไป ทุกคนพลันรู้สึกไม่ค่อยถูกต้องสักเท่าไหร่ แม้แต่เฟิ่งจิ่วที่เดิมทีอยากเห็นว่าอสูรครอบเมฆาตัวนั้นจะหน้าตาเป็นเช่นไร ตอนนี้ก็เลิกคิ้วขึ้นมาอย่างอดไม่ได้
เวลาต่อมา เงาร่างสีแดงก็แวบผ่านเข้าไปบีบคอผู้นำตระกูลหลิ่วในขณะที่เขากำลังมองไปรอบๆ ด้วยความวิตกกังวล
“หือ!”
ผู้นำตระกูลพลันตื่นตกใจ ลำคอรัดแน่น เมื่อรู้ว่าอำนาจการตัดสินเป็นตายของตนตกอยู่ในมือหนุ่มน้อยชุดแดง สีหน้าก็ขาวซีด
“อสูรครอบเมฆาของเจ้าเล่า? ข้ารอมาสักพักแล้วนะ”
หลังเธอเหลือบมองตรงจุดที่เกิดเสียงขึ้น ก็เอ่ยถามน้ำเสียงนาบเนิบที่มีความเยือกเย็น มองผู้นำตระกูลหลิ่วด้วยดวงตาสดใสที่หรี่ลงและแอบแฝงไปด้วยจิตสังหาร ขอเพียงเจ้าเมืองผู้นั้นไม่ลงมือ ลำพังแค่พวกคนตระกูลหลิ่ว ก็เกินพอแล้