ว้ชีวิตลูกชายข้าสักครั้งเถิด”
หลังท่านผู้เฒ่าตระกูลหลิ่วโบกมือไล่ทหารอารักขาสองนายที่ประคองอยู่ให้ถอยไป ก็คุกเข่าลงไปหาเฟิ่งจิ่วดังตุบ
เขาแสดงท่าทางเช่นนี้ ทำให้พวกเด็กหนุ่มลูกหลานตระกูลชนชั้นสูงบริเวณรอบๆ แปลกประหลาดใจ ส่วนเหล่าผู้นำตระกูลและคนที่ค่อนข้างมีอายุแววตาเผยความครุ่นคิด เพราะรู้ว่าเขาทำเช่นนี้เพื่อปกป้องตระกูลหลิ่ว
ถึงเวลานี้ มีเพียงผู้นำตระกูลหลิ่วที่ยังไม่ได้สติกลับมา จึงไม่รู้ว่าตัวเองเตะโดนท่อนเหล็กเข้าแล้ว
หนุ่มน้อยชุดแดงผู้นี้ ไม่เพียงพละกำลังทระนงองอาจกำลังต่อสู้เป็นเลิศ กลุ่มอำนาจเบื้องหลัง เกรงว่าจะน่ากลัวยิ่งกว่า ตระกูลหลิ่วเป็นศัตรูกับเขา ประมาทศัตรูเสียจนผู้นำตระกูลกับเหล่าผู้อาวุโสต้องจบชีวิต ที่สำคัญ ยังทำให้ทั้งตระกูลติดร่างแหตายตกตามกันไปเพราะการกระทำของผู้นำตระกูลในวันนี้!
“คุณชายท่านนี้ ขอได้โปรดเมตตาด้วย”
ผู้เฒ่าสองสามท่านต่างคุกเข่าลงไปโดยไม่พูดไม่จาแม้แต่คำเดียว พวกเขาไม่อธิบาย ไม่โต้เถียงว่าใครถูกใครผิด ไม่คิดใช้อำนาจเข้าข่ม และไม่คิดจะทวงคืนความยุติธรรมให้คนที่ตายไป พวกเขาเพียงต้องการปกป้องตระกูลหลิ่ว รักษาวงศ์ตระกูลพวกเขาไว้
ตลอดทางที่เดินมานี้มีคนบอกเรื่องราวที่ผ่านมาตั้งแต่ต้นจนจบกับพวกเขาแล้ว ด้วยประสบการณ์ จึงรู้ว่าวันนี้ตระกูลหลิ่วประสบปัญหาใหญ่ รับมือได้ไม่เหมาะสม กลัวแต่ว่า ทั้งตระกูลหลิ่วจะต้องจบลงเพราะเรื่องที่ผู้นำตระกูลพวกเขาทำลงไปในวั