ผู้อาวุโสสามตระกูลหลิ่วเขาได้อย่างไรเล่า?
เฟิ่งจิ่วที่ถอยหลังไปสองสามก้าวคลายหมัดออกหมุนสะบัดมือที่ถูกชนเสียจนเจ็บแปลบ ดวงตาสดใสหรี่ลงครึ่งหนึ่ง ประจันกันเช่นนี้มาได้ ก็จะเข้าใจคร่าวๆ ถึงพละกำลังของผู้นำตระกูลหลิ่ว
แม้วรยุทธ์พลังวิญญาณเธอจะเทียบกับอีกฝ่ายไม่ได้ แต่ชนะที่ท่ากายและกระบวนท่าแปลกพิลึกพิลั่น อีกฝ่ายอยากจะฆ่าเธอก็ไม่ง่ายดายเพียงนั้น แต่หากอยากจะสังหารอีกฝ่าย กลับไม่ใช่เรื่องที่เป็นไปไม่ได้
ผู้อาวุโสระดับสร้างรากฐานคนก่อนหน้า ก็ตายในเงื้อมมือเธอไม่ใช่หรือ?
ที่ต้องพิจารณาตอนนี้ก็คือ หลังจากสังหารผู้นำตระกูลหลิ่ว เธอจะถอนตัวออกไปเช่นไร สุดท้ายแล้ว กำลังของคนคนหนึ่งยอมมีขีดจำกัด ด้วยพละกำลังตอนนี้จะต่อกรกับคนทั้งตระกูลตัวคนเดียวคงรับมือไม่ไหวแน่
“ดูท่าข้าจะประเมินเจ้าต่ำไป!”
ผู้นำตระกูลหลิ่วพูดด้วยน้ำเสียงเคร่งขรึม เดิมทียังไม่เผยอาวุธ ก็หยิบมันออกมาในเวลานี้เสียแล้ว
เพียงเห็นแขนเขายื่นไปด้านหน้า ขณะที่ลำแสงหนึ่งฉายออกมา กระบี่ยาวทรงโค้งดั่งต้นหลิวที่ประกายแสงเยือกเย็นโผล่มาในมือ แทบทันทีที่กระบี่ยาวปรากฏขึ้น รอบข้างก็มีเสียงอุทานพร้อมทั้งสูดหายใจลอยมา
“ซี๊ด! นั่นมัน กระบี่ใบหลิว มรดกสืบทอดของตระกูลหลิ่วนี่!”
“นี่เป็นอาวุธวิญญาณชั้นสูง เอามันมาใช้ต่อสู้ พละกำลังเพิ่มขึ้นไม่ใช่เพียงเล็กน้อยเลยนะ!”
“ผู้นำตระกูลหลิ่วผู้นี้ทำเกินไปแล้วกระมัง! สุดท้ายอีกฝ่ายเป็นแค่เด็กหนุ่มคนหนึ่