ธิบายกับผู้นำตระกูลหลิ่วเสียเองเถอะ!” เฉามู่พูดพลางมองไปทางเฟิ่งจิ่วข้างๆ กัน
ทันทีที่เขาพูดออกมา ผู้นำตระกูลหลิ่วก็เบิกดวงตากว้างด้วยความตกตะลึง ชี้เด็กหนุ่มชุดแดงที่จูงม้าอ้วนอย่างโมโหโกรธา “เขาฆ่ารึ?”
เฟิ่งจิ่วชำเลืองมองเฉามู่ จากนั้นค่อยมองไปทางผู้นำตระกูลหลิ่วตรงหน้า น้ำเสียงอันหนาวเหน็บเปล่งออกมาอย่างมีความเย็นชา
“ข้าเป็นคนฆ่า แล้วยังไงรึ?”
ข้าเป็นคนฆ่า แล้วยังไงรึ?
ข้าเป็นคนฆ่า แล้วยังไงรึ?
หัวทุกคนต่างมึนตึบ คิดเพียงว่าช่างน่าเหลือเชื่อ
หนุ่มน้อยนี่บ้าไปแล้วกระมัง? ต่อหน้าท่านผู้นำตระกูลหลิ่วนึกไม่ถึงว่าจะยังกล้าเอ่ยคำพูดเช่นนี้ออกมา เขาไม่กลัวตายเลยจริงๆ สินะ?
ไม่เพียงผู้นำตระกูลหลิ่วที่ไม่อยากจะเชื่อ แม้แต่ผู้อาวุโสสามท่านข้างๆ ก็รู้สึกว่าไม่น่าเชื่อ เพราะพละกำลังของเด็กหนุ่มอยู่แค่ตรงนั้น ไม่ใช่แม้แต่ผู้ฝึกตนระดับสร้างรากฐาน จะฆ่าท่านผู้อาวุโสสามที่อยู่ระดับสร้างรากฐานช่วงที่สี่ได้อย่างไรกัน?
แต่กลับกลายเป็นว่าท่าทีผู้คนโดยรอบรวมถึงคำพูดของเฉามู่ล้วนกำลังบอกอย่างชัดเจนว่าหนุ่มน้อยชุดแดงผู้นี้นั่นแหละที่สังหารผู้อาวุโสสามตระกูลหลิ่วเขา!
หนำซ้ำ หนุ่มน้อยนี่พูดด้วยตัวเอง เขาเป็นคนฆ่าแล้วอย่างไร? ถึงจะยอมรับ แต่ยังทำให้พวกเขารู้สึกยากจะเชื่อ
“เขาฆ่าได้ยังไง? หนุ่มน้อยที่วรยุทธ์พลังวิญญาณอยู่แค่ระดับยอดปรมาจารย์ จะฆ่าผู้ฝึกตนระดับสร้างรากฐานได้อย่างไรเล่า?
ยามนี้ คุณชายหลิ่วท