รที่คอยอยู่ข้างกาย ก่อนจะจากไป
ทว่า เธอในเวลานี้ คิดจะจากไปอย่างง่ายดายเช่นนั้นได้อย่างไร?
“คุณชาย เกรงว่าท่านจะจากไปทั้งแบบนี้ไม่ได้นะขอรับ”
ชายวัยกลางคนเอ่ยปากบอก มองคุณชายตระกูลหลิ่วที่ร่างชักกระตุกอยู่บนพื้น เอ่ยว่า “คนของจวนตระกูลหลิ่วยังไม่มา หากคุณชายไปแล้ว เกรงว่าพวกเรารับมือได้ยากยิ่งขอรับ”
ได้ยินเช่นนี้ เฟิ่งจิ่วหยุดฝีเท้าลงกวาดมองเขา เลิกคิ้วขึ้นเบาๆ “พูดขนาดนี้ เจ้าคิดจะขวางข้ารึ?”
ชายวัยกลางคนผู้นั้นยังไม่ปริปาก ก็ได้ยินเสียงตะโกนโกรธเกรี้ยวลอยจากด้านนอกเข้ามาด้านใน น้ำเสียงนั้น แฝงด้วยแรงกดดันมหาศาล สะเทือนเสียจนทั้งสนามสั่นไหวไปสักพัก
“ใครกล้าทำร้ายลูกหลานตระกูลหลิ่วข้า!”
พอสิ้นสุดน้ำเสียงผู้อาวุโสชุดเทาก็พุ่งมาปรากฏตัวกลางพื้นสนามในชั่วพริบตา เมื่อเห็นคุณชายหลิ่วที่ร่างกายถูกบิดเบี้ยวนอนอยู่บนพื้น ก็โมโหโกรธาขึ้นมา แรงกดดันทั่วร่างและกลิ่นอายเยือกเย็นพลันปะทุออกมา
“เป็นใคร! ใครกล้าทำร้ายคนตระกูลหลิ่วข้า!”
เขาส่งเสียงดังลั่น แววตาดุร้ายคมกริบกวาดมองในสนาม หยุดลงบนร่างหนุ่มน้อยชุดแดง เพราะเขารู้จักชายวัยกลางคน นั่นเป็นผู้ดูแลหอเมฆาทรงเกียรติ เป็นไปไม่ได้ที่จะทำร้ายคนตระกูลหลิ่วพวกเขา เช่นนั้นก็เหลือเพียงหนุ่มน้อยชุดแดง!
เล็งเป้าหมายไว้มั่น ฝ่ามือเขากำหมัด กระแสลมที่ก่อตัวเป็นรูปกรงเล็บพลันโจมตีหาเฟิ่งจิ่ว บีบไปตรงบริเวณลำคอนั้น จิตสังหารรุนแรง ทำให้คนตกใจอกสั่นขวัญแขว