งว่าจะทำอะไรเขาไม่ได้”
เขาเป็นถึงเจ้าเมืองแห่งเมืองลิ่วเต้า อ่านคนมานับไม่ถ้วน จึงมองออกว่าความโหดเหี้ยมและเฉียบขาดของเด็กหนุ่มชุดแดงนั้นไม่ใช่ที่คนธรรมดาจะสามารถบ่มเพาะออกมาได้
ทั้งที่อีกฝ่ายรู้ดีว่าผู้อาวุโสท่านนั้นเป็นคนตระกูลหลิ่ว หนำซ้ำยังเป็นผู้ฝึกตนระดับสร้างรากฐาน แต่กล้าบอกว่าจะฆ่าก็ฆ่า แล้วยังฆ่าทันทีในเสี้ยววิฯ ต่อให้เป็นลูกหลานตระกูลชนชั้นสูงทั่วไปก็เป็นไปไม่ได้อย่างยิ่งที่จะมีท่าทางเช่นนั้น!
แน่นอนว่า ‘ภูตหมอ’ ผู้นั้นก็มองออก และไม่ต้องพูดถึงท่านเจ้าเมือง เขาตกตะลึงเพราะความโหดร้ายเพียงชั่วครู่ของเด็กหนุ่มชุดแดง แต่กลับกลายเป็นว่า ยิ่งเป็นเช่นนี้ ยิ่งได้มายาก ความหลงใหลในใจก็ยิ่งดำดิ่ง
เดิมทีสำหรับหนุ่มน้อยชุดแดงผู้นั้นเขาแค่เกิดความอยากรู้อยากเห็นในใจเพราะเห็นใบหน้าอันงดงามและท่าทางที่ไม่ธรรมดา แต่ยามนี้ กลับทำให้สนใจยิ่งขึ้นโดยสมบูรณ์
เฟิ่งจิ่วในสนามหรี่ตาลง กวาดมองผู้อาวุโสที่หมดลมหายใจไป สายตามองผ่านคุณชายหลิ่วที่ร่างบิดเบี้ยวเข้าหากันอยู่ข้างๆ แค่นเสียงหยัน เงยหน้ามองไปรอบๆ น้ำเสียงเย็นเยียบที่แฝงด้วยกลิ่นอายเยือกเย็นเปล่งออกมา
“ยังมีใครคิดจะขวางข้าออกไปอีกหรือไม่? อยากลองดีก็ก้าวออกมา!”
เมื่อน้ำเสียงอันหนาวเหน็บที่แฝงด้วยความดุดันและชัดเจนลอยเข้าหูผู้คนโดยรอบ แต่ละคนต่างมองเขาด้วยสีหน้าสับสน ไม่มีใครกล้าก้าวออกไปขัดขวางเขา
ช่างน่าขัน! แม้แต่ผู้ฝึกตนระดับสร้างรากฐ