างเลือดร้อน บางครั้งก่อเรื่องอะไรจะไม่คำนึงถึงผลที่ตามมาเลย
เฟิ่งจิ่วหรี่ดวงตาลง มุมปากยกขึ้นเบาๆ กล่าวเสียงสบายๆ “ตระกูลหลิ่ว? เก่งกาจนักรึ?”
มือที่บีบคอเขาค่อยๆ รัดแน่น เพราะเธอยกแขนขึ้น ด้วยเหตุนี้ คุณชายหลิ่วจึงหอบหายใจอย่างยากลำบาก เขย่งเท้าขึ้นเพื่อบรรเทาความรู้สึกหายใจลำบากนั้นลงอย่างอดไม่ได้
หน้าค่อยๆ ขึ้นสีม่วงตามมา ทำไม่ได้แม้แต่จะพูดออกมา มองเด็กหนุ่มชุดแดงตรงหน้า พลันในใจก็มีความเสียขวัญและหวาดกลัวเล็กน้อย
เห็นชายชุดผ้าแพรที่ใช้สองมือกอดเกี่ยวแขนเธอไว้แน่นหนาอยากจะดิ้นรนออกไปด้วยใบหน้าที่ค่อยๆ ขึ้นสีม่วง ก็เผยรอยยิ้มอันตรายที่แทบจะแปลกๆ ตา
“คนก่อนที่ทำใบหน้าข้าเป็นแผล ก็ตายไปแล้ว เดาว่าศพคงถูกสัตว์ร้ายรุมทึ้งไม่เหลือแม้แต่ซาก เจ้าว่า จะตายเช่นไรดีเล่า?”
เห็นภาพเช่นนี้ ชายวัยกลางคนก็ยากจะปริปาก เพราะรู้ว่า หากเขาเอ่ยปากเกลี้ยกล่อม จะทำให้เด็กหนุ่มชุดแดงสังหารคุณชายตระกูลหลิ่วได้เร็วยิ่งขึ้น เห็นสถานการณ์ไม่ค่อยสู้ดีนัก ขณะกำลังคิดว่าเบื้องบนจะออกหน้ามาแก้ปัญหาหรือไม่ ก็ได้ยินเสียงตะโกนดังลอยมา
“ปล่อยคุณชายเราซะ!”
ทหารอารักขาเดิมทีเฝ้าอยู่ด้านนอก เพราะได้ยินว่าคุณชายพวกเขาเกิดเรื่อง คนหนึ่งจึงกลับจวนไปรายงานข่าวอย่างรวดเร็ว นอกนั้นอีกสามคนก็เข้ามาตรงดูด้วยความว่องไว
เห็นคุณชายพวกเขาโดนหนุ่มน้อยชุดแดงจับคอไว้และบีบเสียจนท่าทางจวนจะขาดใจดังคาด โดดข้ามกรงเหล็กรอบๆ กระโจนลงมา