ะๆ ได้ขอรับ” เจ้าของร้านยิ้มขานรับ กำลังจะหยิบเตาปรุงยาใบนั้น ก็ได้ยินเสียงหนุ่มน้อยชุดแดงลอยมา
“ไม่ต้อง ข้าจะซื้อกลับไปเรียนหลอมอุปกรณ์ ไม่เชื่อหรอกว่าจะหลอมออกมาไม่ได้”
เจ้าของร้านผู้นั้นยิ้มๆ บอกว่า “เหอะๆ หลอมอุปกรณ์ไม่ใช่เรื่องที่พูดกันได้ง่ายดายเพียงนั้น อยากจะหลอมเตาปรุงยาระดับสี่ หากไม่มีประสบการณ์เป็นสิบปีก็หลอมออกมาไม่ได้หรอกขอรับ”
เฟิ่งจิ่วสะอึก ชำเลืองมองตัวอักษรด้านล่างเตาปรุงยาใบนั้น ‘อุปกรณ์วิญญาณหนึ่งชิ้น ราคา สองล้านแปดแสนทอง’
“ท่านอา เจ้านี่แพงถึงเพียงนี้ ข้าซื้อไม่ไหวนะขอรับ”
แววลึกล้ำมองผ่านบนร่างนาง เอ่ยว่า “หอร้อยทรัพย์นี้สามารถใช้สิ่งของแลกเปลี่ยนได้”
“ต่อให้ใช้สิ่งของแลกเปลี่ยนข้าก็ไม่มีของมีค่าอะไรที่แลกได้ แต่ว่า ท่านอา ข้าขอปรึกษาหน่อยขอรับ”
เธอขยับเข้าใกล้ข้างกายเขา กดน้ำเสียงเบาลง พูดด้วยรอยยิ้มอิ่มเอม “พวกเราคุ้นเคยกันเพียงนี้ ให้ข้ายืมหน่อยได้หรือไม่?”
เห็นใบหน้าละอ่อนออดอ้อนเข้ามาใกล้อยู่ตรงหน้า หัวใจเขาก็เต้นแรง หลับตาลงทั้งเลือดลมปั่นป่วนเล็กน้อย ฝืนอดกลั้นตัวเองไว้ถึงจะหักห้ามซึ่งแรงกระตุ้นที่อยากจะโอบกอดนางได้ น้ำเสียงทุ้มต่ำแหบพร่าเล็กน้อยในยามนี้
“ยืมข้าได้ แต่ต้องมีดอกเบี้ยนะ”
เห็นท่าทางเพียงชั่วขณะนั้นของเขาเสียเต็มตา แววตาเฟิ่งจิ่วก็ฉายแววน้อยๆ เอ่ยยิ้มๆ “ดอกเบี้ยก็ดอกเบี้ย”
ดังนั้น สุดท้ายหลังเฟิ่งจิ่วหยิบป้ายผลึกสีม่วงที่เขาให้มาซื้อแล้วเก