ึง ว่าจะทำให้ภูตหมอออกมาได้จริงๆ!”
อิ่งอีพูดไม่ออก บอกว่า “นายท่านร้ายกาจเกินไปแล้ว นึกไม่ถึงว่าจะคิดวิธีนี้ได้ หากโดนภูตหมอหลอก นายท่านก็ยังได้ประโยชน์จากเขาอยู่ดี”
นึกถึงท่าทางเฉยเมยของนายท่านที่ทั้งเคร่งขรึมและเย็นชา อิ่งอีก็ปรามาสอยู่ในใจ ‘เดาว่านายท่านคงสุขใจล้นฟ้า ยังแสร้งทำท่าทางประหลาดใจอย่างตกตะลึงอีก’
“พวกเราต้องตามไปดูหรือไม่?” ฮุยหลางใช้ศอกกระทุ้งอิ่งอีทีหนึ่งพลางเอ่ยถาม
“ตามไปรึ?” อิ่งอีเหลือบมองเขา “เจ้าไม่กลัวทำนายท่านเสียเรื่องรึ?”
ได้ยินคำพูดนี้ ฮุยหลางถึงจะหยุดครุ่นคิด “งั้นพวกเราจะกลับไปก่อน?”
“อืม ไปกันเถอะ! ภูตหมอรอบคอบนัก! หากพวกเราตามไป จะต้องสังเกตเห็นแน่นอน กลับไปรอข่าวคราวนายท่านก่อนเถอะ” อิ่งอีพูดจบ ก็จากไปพร้อมกับเขา
ทางอีกด้าน เฟิ่งจิ่วกับหลิงโม่หานมานั่งลงยังห้องส่วนตัวของร้านเหล้า หลังสั่งอาหารสองสามอย่าง เธอก็ถามว่า “ท่านอา ท่านไม่ต้องกลับไปสำนักศึกษาหมอกดารารึ? ทำไมถึงมาอยู่เมืองลิ่วเต้านี้ขอรับ?”
หลิงโม่หานรินเหล้า กล่าวว่า “แม้ข้าเป็นอาจารย์สำนักศึกษาหมอกดารา แต่ข้าก็ได้เอกสิทธิ์ ไม่ต้องอยู่ที่สำนักศึกษาบ่อยๆ”
เขารินเหล้าให้นาง ถามว่า “เจ้าว่ามีคนตามหาเจ้าอยู่ หรือว่าเป็นคนของตำหนักยมราช?”
“เป็นพวกเขานั่นแหละ เจ้าตำหนักยมราชท่านนั้นก็เป็นเงาตามติดไม่คิดปล่อย ข้าหนีออกมาแล้วยังไล่ตามมาตลอดทาง นึกไม่ถึงว่าจะพบเขาที่นี่ โชคยังดี ที่ข้าเผ่นหนีมาได้”
เ