ใต้โต๊ะในร้านค้าแผงลอยที่ห่างไปไกลไม่ถึงสองสามเมตร และได้ยินคำพูดพวกเขา
แปลกจริง เขาจำเธอได้ยังไงกันแน่เนี่ย?
เฟิ่งจิ่วลูบๆ หน้าตัวเอง ไม่เข้าใจเลย ชัดเจนว่าเขาไม่เคยเห็นรูปลักษณ์ที่ไร้รอยตำหนิของเธอ แล้วจะมองใบหน้าหลังคืนสภาพเช่นนี้ออกได้อย่างไรเล่า?
หลังนั่งอยู่ใต้โต๊ะในร้านไปนานสักพัก เธอถึงจะออกมาจากด้านใน มองซ้ายแลขวา ไปยังโรงเตี๊ยมอย่างรวดเร็ว
หามาทั้งคืน ฮุยหลางกับอิ่งอีก็ไม่อาจหาร่องรอยเฟิ่งจิ่วได้พบ อันที่จริง เมืองลิ่วเต้ามีคนอยู่หลายล้าน ในเมืองยังแบ่งเป็นหลายเขตมากมาย ทุกอาณาเขตอย่างน้อยก็มีเป็นแสนๆ คน จะตามหาเบาะแสคนคนหนึ่งท่ามกลางหลายแสนคนนี้ จะพูดง่ายๆ ได้อย่างไร?
เมื่อรอถึงวันรุ่งขึ้น ทั้งสองคนก็กลับมายังเรือนที่พำนัก รายงานกับนายท่านในห้องหลัก “นายท่าน ข้าน้อยคอยตามหาอยู่ทั้งคืน ล้วนไม่มีข่าวคราวของภูตหมอเลยขอรับ”
“ไม่ต้องหาแล้ว”
เสียงเจ้าตำหนักยมราชลอยออกมาจากในห้อง “ข้ามีวิธีทำให้นางโผล่ออกมาเอง”
ได้ยินคำพูดนี้ ฮุยหลางกับอิ่งอีก็มองหน้ากัน ให้ภูตหมอปรากฏออกมาเอง? เป็นไปไม่ได้กระมัง? เกรงว่าจะสายเกินไปเพราะเขาเอาแต่หลบพวกเขา แล้วจะโผล่หัวออกมาเองได้อย่างไรเล่า?
แต่ว่า นายท่านพวกเขาตลอดมาจะไม่ทำเรื่องที่ตัวเองไม่มั่นใจ หรือว่า จะมีวิธีอะไรที่ทำให้ภูตหมอโผล่ออกมาเองจริงๆ?
ส่วนเฟิ่งจิ่วเวลานี้ หลังจากเข้าไปฝึกวิชาในห้วงมิติตลอดทั้งคืนก็ออกมา ทั่วทั้งร่างกายจึงสดชื่นข