นเสร็จแล้วจะรีบไป อันที่จริง สายตาเจ้าตำหนักยมราชนั้นร้ายกาจยิ่งนัก ไม่ประจันหน้ากับเขาจะดีกว่า หากเจอหน้ากัน ก็ไม่รู้ว่าจะจำไม่ได้จริงๆ หรือไม่
ดังนั้น เธอจึงก้มหน้าก้มตากินอาหารโดยไม่แม้แต่จะเงยหน้า ใครจะรู้ พอกินถึงครึ่งหนึ่ง ก็เหลือบเห็นคนนั่งลงตรงข้ามโต๊ะ ลำพังแค่ท่าทางนั้นไม่ต้องเงยหน้ามองก็รู้ว่าเป็นเจ้าตำหนักยมราช
หรือว่าเขาจำข้าได้? เป็นไปไม่ได้กระมัง?
หรือจะบอกว่าเขาก็อยากกินบะหมี่ผัดน้ำมันด้วย? ชิ! โลกนี้มันกลมจริงๆ! อยู่ที่ไหนก็เจอ!
“เถ้าแก่ เอาบะหมี่ผัดน้ำมันมาชามหนึ่ง” ฮุยหลางตะโกน คอยเฝ้าอยู่ด้านหลังนายท่านด้วยกันกับอิ่งอี
“ขอรับๆ”
เถ้าแก่ท่านนั้นเห็นท่าทางบนร่างสามคนนั้นน่าสะพรึงอย่างมาก อดไม่ได้ที่จะหวาดกลัวไปบ้าง ขานรับรัวๆ หลังยกบะหมี่ผัดน้ำมันร้อนๆ มาให้ ก็พูดว่า “คุณชายท่านนี้ ระวังลวกปากนะขอรับ”
เจ้าตำหนักยมราชขมวดคิ้ว เห็นบะหมี่ผัดน้ำมันที่แดงเสียจนน้ำมันเยิ้มตรงหน้า มองเด็กหนุ่มที่กินเสียงดังซู๊ดซ๊าด ชะงักไปเล็กน้อยก็ถามว่า “อร่อยมากรึ?”
น้ำเสียงทุ้มต่ำเจือความสงสัยเล็กน้อย เห็นเด็กหนุ่มก้มหัวอยู่ตลอด ตั้งแต่นั่งลงก็ยังไม่เห็นเงยหน้าขึ้นมา หรือจะไม่กล้ามองเขา? หรือว่า…จะเป็นนางจริงๆ?
นึกถึงตรงนี้ จู่ๆ ก็อารมณ์ดีขึ้นมา เมื่อแววตาลึกล้ำเห็นริมฝีปากเด็กหนุ่มที่โดนลวกเสียจนบวมน้อยๆ จึงฉายยิ้มอย่างอดไม่ได้
แต่ฮุยหลางที่เห็นเหตุการณ์ไม่ชัดเจนกลับนึกว่าเจ้าตำหนักยม