เช่นนี้ ก็ขอบคุณเจ้ามาก” เธอหัวเราะ หยิบถ้วยมารินเหล้าลงไปสองใบ “ถ้วยนี้ข้าขอคารวะท่าน”
ไป๋เสี่ยวยกขึ้นจิบก็วางถ้วยลง “ข้าไม่ชินกับการดื่มเหล้าเท่าไหร่”
“งั้นก็ทานอาหารเถอะ” เฟิ่งจิ่วพูดยิ้มๆ ตะโกนว่า “เสี่ยวเอ้อร์ ยกอาหารมาอีกสองอย่างกับน้ำแกงหนึ่งถ้วย”
“ได้ขอรับ!” เสี่ยวเอ้อร์ขานรับ รีบไปจัดการโดยเร็ว
“ตอนนี้บอกข้าได้แล้วกระมัง ว่าเจ้าชื่อแซ่อะไร?” ไป๋เสี่ยวมองเฟิ่งจิ่วพลางเอ่ยถาม
เฟิ่งจิ่วแย้มยิ้ม บอกว่า “ข้าชื่อเฟิ่งจิ่ว”
“ข้าชื่อไป๋เสี่ยว ก่อนหน้านี้เคยบอกท่านแล้ว” เขาพูดทั้งผุดเผยรอยยิ้ม ชะงักสักพัก ก็พูดอีกว่า “ที่จริงเหล่าไป๋เลี้ยงง่ายนัก ขอแค่เจ้าเตรียมปลาเล็กห้ากิโลฯให้มันทุกมื้อหรือกุ้งตัวเล็กก็ได้นะ”
“แค่กๆ!”
ได้ยินคำพูดนี้ เฟิ่งจิ่วก็สำลักเหล้าทันที ตบๆ หน้าอก เอ่ยถามด้วยความตกใจ “เจ้าว่าอะไรนะ? เจ้าไม่ให้มันกินหญ้า แต่ให้กินกุ้งปลารึ?”
ไป๋เสี่ยวพยักหน้า สีหน้าจริงจัง “อืม เหล่าไป๋ไม่ใช่ม้าธรรมดา มันเป็นม้ามังกร หนำซ้ำยังเป็นสัตว์วิญญาณกลายพันธุ์ ดังนั้นมันจึงไม่กินพืช กินแต่เนื้อ”
“กินกุ้งปลา? นั่นกินดีกว่าคนเสียอีกนะ! มิน่าถึงได้เนื้อตัวอ้วนพี”
ชำเลืองมองเหล่าไป๋ที่หมอบอยู่ตรงหน้าต่างฟังพวกเขาพูดคุย คิดว่าเธอหาปัญหาให้ตัวเองแล้วหรือเปล่าเนี่ย?
หลังมื้ออาหาร เฟิ่งจิ่วจ่ายเงินออกมาด้านนอก เอ่ยกับไป๋เสี่ยวว่า “ข้ายังมีธุระ ต้องขอลาไปก่อน วันหน้าคงมีวาสนาได้พบกันอีก ถึงเ