ปากเฟิ่งจิ่วก็กระตุกน้อยๆ อย่างกลั้นไม่อยู่ แอบคิดว่า ‘เป็นม้าบ้ากามอย่างที่คิดเลย!’
“ข้าชื่อ ไป๋เสี่ยว ท่านล่ะ?”
เฟิ่งจิ่วมองเขาแวบหนึ่ง กล่าวว่า “พบกันโดยบังเอิญไม่มีเหตุอันใด ไยต้องถามชื่อแซ่ด้วยเล่า?” พูดจบ หลังประสานมือคารวะ สาวก้าวเดินหน้าต่อไป ที่เธอใช้คือฝีเท้าตามเมฆ ด้วยเหตุนี้ ความเร็วในการเดินทางจึงไวมาก แค่ออกท่าชั่วพริบตา ก็ออกไปไกลห้าสิบเมตรแล้ว
“ฮี้!”
เหล่าไป๋ที่ล้มอยู่บนพื้นเห็นเฟิ่งจิ่วเดินไป ร้องฮี้ผุดลุกขึ้นมาจากพื้น กระทืบกีบม้าไล่ตามเธอไป
“อ๊ะ! เหล่าไป๋รอเดี๋ยวสิ ข้ายังไม่ได้ขึ้นม้าเลย!” ไป๋เสี่ยวอุทาน ถูกลากวิ่งไปทั้งที่จูงเชือกม้าอยู่
เฟิ่งจิ่วที่ได้ยินการเคลื่อนไหวด้านหลังหันกลับไปชำเลืองมอง เส้นเลือดสีดำตรงขมับก็นูนขึ้น เร่งความเร็วพุ่งไปทันที แต่ว่า ที่ทำให้คาดไม่ถึง คือเหล่าไป๋ตัวนั้นดูอ้วนราวกับหมู แต่พอวิ่งขึ้นมากลับไม่ออมแรงเลยสักนิด ไม่นึกเลยว่าจะไล่ตามมาตลอดทางโดยที่เธอไม่อาจสลัดทิ้งได้
ดวงตาเห็นว่าจะถึงหมู่บ้านข้างหน้าแล้ว จึงค่อยๆ ชะลอความเร็วลงถอนหายใจเบาๆ หันกลับไปเหลือบมอง ก็หยุดลงอย่างง่ายดาย
“ฮู่! ข้าจะบ้าตาย!”
ไป๋เสี่ยวโดดลงมาจากหลังม้า ตัวลงนั่งหอบหายใจอยู่บนพื้น เมื่อเห็นเหล่าไป๋หมอบลงตรงหนุ่มน้อยชุดแดงอย่างเอาอกเอาใจ ทำได้เพียงถลึงตามองตรงๆ
เฟิ่งจิ่วตอนนี้ก็ถลึงดวงตาจ้องมองม้าบ้ากามตรงหน้าที่มองเธอน้ำลายสอ จะพูดยังไงดีล่ะ!
ม้ามังกรตัวนี้ไม