ุดลุกขึ้นมาก้าวเดินไปทางเฟิ่งจิ่วทันที “เจ้าหนุ่ม เจ้าสนใจเข้าสำนักหวนเอกาของข้าหรือไม่?”
“ผู้เยาว์ มาสำนักบุปผาหยกข้าดีกว่า!”
“สำนักเมืองมรกตของข้าดีกว่า!”
“มาสำนักศึกษาหมอกดาราดีที่สุด! ข้าให้เจ้าเป็นลูกศิษย์รับพิเศษได้”
ผู้อาวุโสทั้งสี่ต่างยื้อแย่งกันพูดกลัวจะน้อยหน้า เกรงแต่ว่าหากชักช้าเล็กน้อยจะถูกคนอื่นแย่งไปก่อน
ส่วนเฟิ่งจิ่วที่ได้ยินคำพูดพวกเขาก็อึ้งไปพักหนึ่ง จากนั้นจึงยิ้ม “ขอบคุณผู้อาวุโสทั้งหลายที่เห็นค่า แต่ข้าน้อยยังมีธุระ ตอนนี้จึงไม่มีความคิดจะเข้าร่วมสำนักใดขอรับ”
เมื่อเห็นทั้งสี่คนขมวดคิ้วน้อยๆ ดวงตาเธอเป็นประกายจางๆ กล่าวอีกว่า “แต่ว่า ข้าน้อยตั้งใจจะเข้าไปฝึกฝนวิชาในสำนักศึกษาหมอกดารานานแล้ว แค่รอถึงเวลาที่สำนักศึกษาหมอกดารารับศิษย์ก็จะเข้าไปสมัครขอรับ”
ได้ยินคำพูดนี้ สามคนที่เหลืออดผิดหวังไม่ได้ แต่ก็รู้ดีว่าหมอกดาราเป็นสำนักศึกษาที่มีชื่อเสียงในแคว้นเหินเวหา ต่อให้สำนักพวกเขาอยากเปรียบก็ไม่อาจเทียบเคียงได้ ลูกศิษย์ผู้ฝึกตนไม่น้อยจากแต่ละที่ต่างหวังว่าจะได้เข้าสำนักศึกษาหมอกดารา หนุ่มน้อยจะเลือกสำนักศึกษานี้ก็เป็นเรื่องปกติ
“ฮ่าๆๆๆ! ได้ๆๆ เจ้าคิดเช่นนี้ดีที่สุดแล้ว” ผู้อาวุโสสำนักศึกษาหัวเราะลั่น สายตาที่มองเฟิ่งจิ่วยิ่งฉายความพอใจ
จากนั้นเขาหยิบแผ่นป้ายออกมาจากในแขนเสื้อยื่นให้เฟิ่งจิ่ว บอกว่า “นี่เป็นป้ายดาราของสำนักศึกษาหมอกดาราข้า เจ้าเก็บมันไว้ สักวันค่อยม