ลังเร้นลับมีเพียงบรรพชนนักรบที่ควบคุมกระบี่ให้เหาะเหินได้ ร่างข้ามีทั้งพลังเร้นลับและพลังวิญญาณ ตอนนี้กลับทำไม่ได้แม้แต่ควบคุมกระบี่เหาะเหิน หากสามารถสร้างอาวุธเหาะเหินสักชิ้น คงใช้เดินทางได้บ้าง”
ด้วยเหตุนี้ เธอทำได้เพียงเดินหน้าต่อไปตลอดทาง บางครั้งก็แสดงฝีเท้าตามเมฆโผบินผ่านไป…
จนกระทั่ง มาเห็นภาพแปลกๆ บนถนนกลางเขาตรงหน้า
ม้าสีขาวที่อ้วนพีเสียจนเหมือนหมูกำลังก้าวเดินถอยหลังเชื่องช้า ชายหนุ่มชุดฟ้าที่นั่งขี่อยู่บนหลังม้าใช้สองขาหนีบท้องม้าไว้เป็นครั้งคราว คุมเชือกจูงม้าพลางโต้เถียงกับม้าตัวนั้น
“เหล่าไป๋ เดินไปข้างหน้าสิ! รอถึงหมู่บ้านข้างหน้า อย่างมากสุดข้าจะเตรียมอาหารมื้อใหญ่ไว้ให้เจ้าไม่ดีรึ?”
“ฮี้!”
ม้าตัวนั้นหันหัวพ่นลมหายใจออกมาจากจมูกสองครั้ง และเพราะมันหันหน้ามา เฟิ่งจิ่วที่กำลังเดินเข้ามาด้านหลังจึงเห็น ว่ามันไม่ใช่ม้าธรรมดา เพราะบนหัวมันมีสองเขาที่คล้ายกับต้นกล้าอ่อนงอกอยู่
“เหล่าไป๋ ข้าบอกเจ้าได้เลย หากไม่เชื่อฟังเช่นนี้ ข้าจะตีเจ้าแล้วนะ!”
ชายหนุ่มพูดขู่หน้าบึ้ง ดึงแส้เส้นบางจากข้างเอว ทำท่าจะสะบัดลง ทว่า เพียงวาดแส้ขึ้นส่งเสียงดังกลางอากาศ ยังไม่ทันแตะม้า ก็เห็นม้าตัวนั้นเตะขาหลัง สะบัดชายหนุ่มบนม้าลงมาเสียดื้อๆ
“อ๊ะ!”
ชายหนุ่มคิดจะหนีบท้องม้าไว้ด้วยความตื่นตระหนก กลับล้มลงบนพื้นเพราะแรงสะบัดอันแข็งแรงนั้น “ซี๊ด!”
“เหล่าไป๋! นึกไม่ถึงว่าเจ้าจะกล้าเหวี่ยงข้า? เจ้า เจ