ยยังอดแอบชมไม่ได้ ‘ช่างเป็นหนุ่มน้อยที่โดดเด่นนัก!’
กลิ่นอายดื้อรั้นและเปิดเผย ท่าทีสูงศักดิ์ที่เหมือนติดตัวมาแต่กำเนิด รวมถึงใบหน้างดงามที่มีความร้ายกาจเล็กน้อย บุคคลเช่นนี้ แม้เป็นสำนักวิชาหรือสำนักศึกษาพวกเขายังเห็นได้น้อยยิ่งนัก
เห็นผู้อาวุโสทั้งสี่กำลังจ้องพินิจอยู่ เฟิ่งจิ่วก็แย้มยิ้ม เบนสายตาไปเล็กน้อย บอกว่า “ข้า… หลงเข้ามาขอรับ”
อาจารย์จากสามสำนักวิชาและสำนักศึกษาหมอกดาราล้วนอยู่ที่นี่ จึงไม่อาจพูดแอบอ้างว่าเป็นคนของพวกเขาได้อีก
“หลงเข้ามารึ?”
ทั้งสี่ท่านขมวดคิ้ว เอ่ยด้วยความมั่นใจ “เป็นไปไม่ได้!” รอบๆ สนามฝึกวิชาไม่เพียงวางค่ายกลไว้ ยังมีเขตอาคมด้วย เจ้าหนุ่มน้อยนี้เป็นเพียงผู้ฝึกตนระดับปรมาจารย์พลังวิญญาณ จะหลงเข้าไปได้อย่างไร?
“ทำไมจะเป็นไปไม่ได้? ข้าก็ออกมาจากด้านในไม่ใช่รึขอรับ?” เฟิ่งจิ่วพูดจบก็สาวเท้าก้าวเดิน ทว่าเดินไปได้สองก้าวกลับเปลี่ยนสีหน้าเล็กน้อย เหงื่อไหลย้อยทันที
ผู้อาวุโสหลายคนเดิมจะรั้งเขาไว้ กลับเห็นเด็กหนุ่มผิดปกติขึ้นมาทันใด ทั้งสี่มองหน้ากันแวบหนึ่ง สุดท้ายก็เป็นผู้อาวุโสคนนั้นของสำนักศึกษาหมอกดาราที่เอ่ยถาม “เจ้าเป็นอะไรไป?”
กลิ่นอายแข็งแกร่งที่ผุดขึ้นในร่างทำให้สีหน้าเฟิ่งจิ่วเปลี่ยนเป็นขาวซีด เธออยากจะตะโกนด่าทอเพราะกลิ่นอายพลังที่วิ่งพล่านอยู่ในเส้นเอ็นและหลอดเลือด
บ้าจริง! ปัญหาอยู่ที่เลือดงูหลามยักษ์ระดับเจ็ดนั่นแน่ๆ!
ทันใดนั้น เธอนั่งลงขัดสมาธ