ลมไปด้วยความสับสนในใจ
นึกไม่ถึงว่าเป็นพี่น้องกัน สุดท้ายกลับจบลงเช่นนี้
“ไปเถอะๆ” เฟิ่งจิ่วพูดพลางตบๆ บ่าเขา
เจ้าอ้วนขานรับ ท้ายที่สุดฝ่ามือรวบรวมเปลวไฟในร่างขึ้นมา เผาร่างเฉินเสวียไห่ให้กลายเป็นเถ้าถ่าน เลี่ยงไม่ให้ถูกสัตว์ร้ายฉีกทึ้ง
เฟิ่งจิ่วตรงหน้าหันกลับไปมองแวบหนึ่ง ยกมุมปากเล็กน้อย ดวงตาเป็นประกายบางๆ เจ้าอ้วนนี่ช่างเป็นคนที่มีความรู้สึกลึกซึ้งมีคุณธรรมสูงส่ง
ทั้งสองเดินหน้าไปตลอดทาง ภายใต้การนำทางของเฟิ่งจิ่ว เจ้าอ้วนสังเกตพบด้วยความแปลกใจว่าพวกเขาไม่พบค่ายกลเลย จึงอดไม่ได้ยิ่งสงสัยในตัวตนของเฟิ่งจิ่ว
“เสี่ยวจิ่ว เจ้าเป็นลูกศิษย์นอกสำนักศึกษาหมอกดาราจริงหรือ?”
“ข้าดูไม่เหมือนรึ?” เธอมองเขาแวบหนึ่ง แล้วยิ้มถาม
เจ้าอ้วนส่ายหน้า “ไม่เหมือน พละกำลังเจ้าคงเหนือกว่าข้า หนำซ้ำยังไม่น่าต่ำกว่ายอดปรมาจารย์พลังวิญญาณ!” น้ำเสียงชะงักลง กล่าวว่า “แม้ข้าไม่เคยไปสำนักศึกษาหมอกดารา แต่ก็รู้ว่ากำลังเช่นนี้ต้องเป็นศิษย์ชั้นยอดในสำนักศึกษาหมอกดาราเป็นแน่”
“แหะๆ!” เฟิ่งจิ่วฉีกยิ้ม กลับไม่เอ่ยปากอีก
เจ้าอ้วนเห็นเช่นนั้นก็ทำเป็นไม่รู้เรื่อง คิดว่าเขาไม่อยากพูดถึง จึงไม่ถามอะไรให้มากความ
จนกระทั่งเบื้องหน้าพลันมีกลิ่นอายทรงพลังโถมเข้ามา ทั้งสองถึงถอยหลังอย่างรวดเร็วแล้วหยุดฝีเท้าลง
“เฮือก! พลังวิญญาณพลุ่งพล่านแข็งแกร่งนัก!” เมื่อเห็นคลื่นพลังวิญญาณและพลังกระบี่ในอากาศ เจ้าอ้วนส่งเสียงอุทาน ครุ่น