็บปวด เอ่ยอย่างเย็นชาว่า “แม้ข้าเป็นเพียงมือใหม่ที่เพิ่งเผยตัว แต่ว่าจะฆ่าข้าก็ไม่ง่ายดายเช่นนั้น เจ้ารู้หรือไม่?”
มือใหม่รึ?
หลายคนอีกด้านมุมปากกระตุก ถอยหลังไปพลางจ้องหนุ่มน้อยชุดแดงอย่างระวังตัว แอบคิดว่ามือใหม่จะกำราบผู้ฝึกตนระดับปรมาจารย์พลังวิญญาณขั้นสูงสุดได้ด้วยมือข้างเดียวเชียวหรือ? อย่ามาหลอกกันเลย หากเขาเป็นมือใหม่จริงคงถูกปาดคอไปนานแล้ว
“เฮือก! อ๊าก…”
เฉินเสวียไห่เจ็บปวดทุรนทุราย อยากดิ้นให้หลุด กลับพบว่ามือถูกเด็กหนุ่มคว้าไว้ไม่อาจดิ้นหนีได้เลย ถึงขั้นเพียงขยับกระดูกก็เคลื่อน ทำเอาเหงื่อเย็นไหล่อาบ
ตอนนี้เขานึกถึงเรื่องที่พวกตนเมินเฉยมาตลอด
เด็กหนุ่มตามอยู่ด้านหลังได้อย่างไม่รีบไม่ร้อนเนิ่นนานเพียงนั้น จะเป็นมือใหม่ไปได้อย่างไร? ไม่แน่ พลังอาจอยู่เหนือกว่าไกลโข!
ใช่! ต้องเป็นแบบนั้นแน่! ไม่เช่นนั้นพวกเขาจะมองวรยุทธ์เขาไม่ออกได้อย่างไร?
ช่วงเวลานี้ เขาสำนึกเสียใจนัก บางทีเขาอาจไม่ต้องทำเช่นนี้ เมื่อถึงจุดคับขันหนุ่มน้อยจะลงมือช่วยพวกเขาเอง ทว่าตอนนี้…
“เสี่ยวจิ่ว ข้าสำนึกผิดแล้ว ยกโทษให้ข้าด้วย! ข้าแค่เลอะเลือนไปชั่ววูบ เจ้าให้อภัยข้าเถอะ!”
เขาอดกลั้นความเจ็บเสียดกระดูกบนมือพลางรีบเว้าวอน พร้อมมองไปยังเจ้าอ้วนที่นิ่งอึ้งไม่ต่างกัน “เจ้าอ้วน! เจ้าอ้วน! ข้าไม่ได้ตั้งใจจริงๆ แค่สับสนไปชั่วขณะ เจ้าอ้วน เจ้าช่วยพูดให้ข้าทีสิ!”
เจ้าอ้วนสูดลมหายใจเข้าลึกๆ สงบความรู้สึกตะลึง ยา