้เช่นนี้ ทุกนาทีล้วนมีความเป็นไปได้ที่เขาจะสิ้นชีพลงในเงื้อมมือผู้อื่น
“ผ้าขนหนูล่ะ? ท่านเอามาด้วยรึเปล่า?” เธอถาม เห็นมือเขายื่นมือส่งผ้าขนหนูสีขาวผืนหนึ่งมาให้
หลังจากรับผ้าขนหนูมา เธอช่วยถูหลังให้เขาเป็นพักๆ แม้แต่ตัวเองยังรู้สึกเหลือเชื่ออยู่บ้าง นึกไม่ถึงว่าจะได้เปลือยกายแช่น้ำพุร้อนกับบุรุษ ซ้ำยังช่วยถูหลังให้อีก? ช่างเป็นเรื่องที่ไม่ว่าอย่างไรเมื่อก่อนก็ไม่กล้าจินตนาการโดยแท้
“แรงอีกหน่อย”
น้ำเสียงเขาแหบพร่าเล็กน้อย เพียงแค่เพราะนางถูเบาเกินไป คล้ายกำลังเกาให้เขาจักจี้อยู่ ทำให้ไฟชั่วร้ายในกายปะทุขึ้นมา ไม่มีเหตุผลอื่นใด
แน่นอนว่าเฟิ่งจิ่วฟังออกถึงน้ำเสียงที่มีความทุ้มต่ำและแหบแห้งเจือปนอยู่บางส่วน จึงเหลือบมองเขาแวบหนึ่ง แอบก่นด่าในใจ ก่อนจะออกแรงขึ้นอีกหน่อย เดิมทีคิดจะใช้เข็มเงินที่ซ่อนไว้ในผมทำให้เขาสลบแล้วค่อยออกไป ทว่า พอนึกถึงความไว้ใจที่อธิบายไม่ถูกนี้ก็ไม่อาจลงมือได้
ผ่านไปพักหนึ่ง เฟิ่งจิ่วก็เมื่อยแขนแล้ว แต่ชายผู้นี้กลับยังนอนฟุบไม่ไหวติงอย่างสบายใจเฉิบ จึงหยุดมือลง บอกว่า “ข้าว่าเจ้าตำหนักคงสุขสมใจพอแล้วกระมัง? แขนข้าเมื่อยแทบตาย ผิวก็แช่น้ำเสียจนจะเหี่ยวย่นแล้ว”
“อืม เจ้ากลับไปก่อนได้” เขาพูดอย่างเฉื่อยชา นอนฟุบไม่ขยับเขยื้อน
ได้ยินเช่นนี้ เห็นเขาหรี่ตานอนฟุบอยู่ เฟิ่งจิ่วถึงจะถอยออกมาตรงที่ตนวางเสื้อผ้าไว้ แล้วหยิบชุดมาสวมใส่ในน้ำ
เจ้าตำหนักยมราชเห็นนางหันหลังส