ด็กหนุ่มทายาอยู่ด้านใน!
“เกิดอะไรขึ้น? เจ้าขวางข้าทำไม?”
ฮุยหลางไม่รู้เรื่องรู้ราว เห็นประตูห้องไม่ได้ปิด จึงชะโงกหัวมองไปด้านใน กลับเห็นอิ่งอียังขวางอยู่เบื้องหน้า อดไม่ได้ที่จะโมโห ยื่นมือดึงคนออกไป “ทำอะไรเนี่ย?”
ทว่า เมื่อเห็นภาพด้านในนั้น ขาก็อ่อนระทวย แทบจะทรุดลงไปนั่ง
“ข้า ข้าตาฝาดไปกระมัง? นายท่านกอด กอดเจ้าเด็กนั่นอยู่รึ?” มือหนึ่งเขาดึงเสื้ออิ่งอี ตะลึงเสียจนดวงตาเบิกโพลง
อิ่งอีลากเขามายังมุมหนึ่งด้านนอก เพื่อไม่ให้นายท่านด้านในได้ยินคำพูดเข้า เอ่ยว่า “เจ้าเห็นแล้วก็ทำเป็นไม่เห็นเถอะ มาทางไหนกลับไปทางนั้น ตอนนี้นายท่านไม่ว่างพบเจ้าหรอก”
“ไม่ใช่ว่าพวกเขา…”
“อย่าถามข้าเลย ข้าไม่รู้อะไรทั้งนั้น” อิ่งอีพูดพลางเม้มริมฝีปาก กลับไปเฝ้าตรงประตูห้องทั้งสีหน้ามัวหมอง
ในห้อง เฟิ่งจิ่วมองฝีมือการพันแผลที่ดูไม่ได้ยิ่งนักบริเวณแขนเล็ก มุมปากกระตุกอย่างกลั้นไม่อยู่ หันหน้าไปเล็กน้อย เห็นนายท่านเหยียนที่ไม่สวมหน้ากากในระยะใกล้เช่นนี้ ยิ่งมองยิ่งรู้สึกว่าน่าจะเคยเห็นจริงๆ
“นายท่านเหยียน เราเคยพบกันมาก่อนหรือไม่?”
ได้ยินคำพูดนี้ นายท่านเหยียนถึงจะนึกขึ้นได้ว่าหลังอาบน้ำยังไม่ได้สวมหน้ากาก ดวงตาที่หรี่ลงฉายประกายน้อยๆ เขาชายตาขึ้นมอง มือที่กำลังโอบเอวนางก็ไม่คิดจะดึงกลับ แต่เบี่ยงเบนความสนใจไป ถามว่า “ของบนหน้าเจ้าคิดจะพอกไว้นานแค่ไหน?”
“หา?”
เฟิ่งจิ่วอึ้งไปสักพัก นึกถึงใบหน้าที่ฉาบยาทาสีเข