ไป๋ลู่กลับยืนนิ่งอยู่กับที่
เมื่อเห็นว่าจะมีการรุมทุบตีฝ่ายเดียวเกิดขึ้น แฟน ๆ ก็ไม่กล้าดูอีกต่อไป และได้แต่พากันภาวนาให้ตำรวจมาถึงไว ๆ
ช่วงเวลานี้เองที่เฝ่ยไป๋ลู่ขยับตัว
เธอยกมือขึ้นด้วยการขยับที่เหมือนจะดึงดูดความสนใจได้โดยปริยาย พลังงานที่มองไม่เห็นหมุนวนอยู่ตรงปลายนิ้ว ผมซอยที่อยู่ข้างขมับพลิ้วไหวถึงแม้จะไม่มีลม
ดวงตาของเฝ่ยไป๋ลู่เย็นชา ชี้ไปทางชายที่มาแย่งโทรศัพท์ของเธอไป พลางกล่าวด้วยน้ำเสียงราบเรียบสงบนิ่ง “คุณชื่อฟางจื้อ บ้านอยู่ที่เฉิงซี*[1] และมีภรรยาใกล้คลอด คุณวางแผนไว้ว่าพอทำงานนี้เสร็จ เมื่อได้เงินแล้วจะเปลี่ยนให้ภรรยาได้ไปอยู่โรงพยาบาลที่ดีกว่านี้หน่อย แต่คุณรู้ไหม? ครึ่งชั่วโมงก่อนภรรยาคุณล้มอยู่ที่บ้าน”
“เธอเจ็บปวดมากจนลุกขึ้นไม่ไหว เธอคลานอยู่ครั่งชั่วโมงแล้ว แต่ก็ยังคลานไปไม่ถึงประตู ลำตัวช่วงล่างเต็มไปด้วยเลือด ถ้าคุณรีบกลับไปตอนนี้ แล้วพาเธอไปส่งโรงพยาบาล ก็จะช่วยชีวิตแม่และเด็กได้ทัน แต่ถ้ารอจนกว่าคุณจะได้รับเงินแล้วกลับบ้าน สิ่งที่รอต้อนรับคุณอยู่ก็คือศพของภรรยา”
ชายผู้ถูกชี้หน้าตัวแข็งทื่อไปโดยไม่รู้ตัว เขามองเฝ่ยไป๋ลู่อย่างตะลึงพรึงเพริด
เฝ่ยไป๋ลู่กำลังพูดอะไรน่ะ?
ต้องไม่จริง ภรรยาของเขาสบายดี หล่อนจะล้มแล้วแท้งได้ยังไง…
แต่ถ้าไม่จริง เธอจะรู้ข้อมูลของเขาชัดเจนขนาดนั้นได้เหรอ?
“อาจื้ออย่าเชื่อคำพูดเพ้อเจ้อของผู้หญิงคนนี้!”ชายร่างใหญ่เดือดสุดขีด “ทำไมนายถึงโ