ำลังถูกเฝ่ยไป๋ลู่จ้องมองอยู่ “กังจื่อ ไอ้ขี้ขลาดสองคนนั่นไปแล้ว ถ้าวันนี้ทำงานสำเร็จ พวกเราแบ่งเงินกัน! นายช่วยฉันขวางผู้หญิงคนนี้เอาไว้ อย่าให้เธอวิ่งหนีไปได้”
คนที่ถูกเรียกว่ากังจื่อมีสีหน้าลังเลใจเล็กน้อย
ทุกคนคือทีมเดียวกัน จึงรู้จักกันและกันเป็นอย่างดี
เฝ่ยไป๋ลู่พูดถึงเรื่องของสองคนนั้นได้ทันที ยิ่งไปกว่านั้นเรื่องที่พูดออกมายังเป็นเรื่องที่สำคัญมาก
เขาเองจึงอยากรู้เหมือนกันว่าเฝ่ยไป๋ลู่จะทำนายเรื่องเกี่ยวกับตัวเขาได้หรือเปล่า…
กังจื่อไม่ขยับเลยแม้แต่นิด มุมปากของเฝ่ยไป๋ลู่ยกขึ้นเล็กน้อยขณะมองเขา “บ้านเก่าของคุณกำลังจะถูกรื้อทิ้ง แต่พ่อกับแม่ของคุณไม่รู้เรื่องนี้ ทั้งยังกำลังวางแผนขายบ้านให้กับลุงของคุณด้วย…”
‘รื้อทิ้ง’ สองคำนี้กระแทกเข้าใส่หน้าผากจนกังจื่อมึนงงอยู่ในความสุขไปชั่วขณะ เขาได้ยินมาว่าลุงจ้องที่ตรงนั้นตาเป็นมัน เรื่องแบบนี้รอได้ที่ไหนกัน! ดังนั้นเขาจึงรีบโทรไปหาลุงทันที “อยู่ในบ้านพ่อแม่ผม…อะไรนะ? เตรียมเซ็นชื่อแล้ว? ไม่ได้นะ! รอผมกลับไปแล้วค่อยว่ากัน…”
ชายร่างใหญ่คิดว่าตัวเองยังสามารถสู้ต่อไปได้อีกหน่อย “กังจื่อ นายก็ขอพ่อแม่นายว่าอย่าเซ็น แต่ไม่ต้องร้อนใจไป พวกเราทำงานนี้ให้เสร็จแล้วค่อยคุยเรื่องนี้กันดีไหม?”
แม่งเอ๊ย! บ้านจะถูกรื้อทิ้งอยู่แล้ว เขายังต้องมาเก็บเงินกู้นอกระบบเฮงซวยนี่อยู่เหรอ?
กังจื่อกลอกตา เขาไม่สนใจชายร่างใหญ่อีก แล้ววิ่งจากไปอย่างรวดเร็ว
คนสี่