ยบก็เปล่งออกมาอย่างมีน้ำโห
“อิ่งอี พาฮุยหลางไปทิ้งไว้หอสายลมหนาวซะ!”
เมื่ออิ่งอีที่ไล่ตามเข้ามาได้ยินคำพูดนี้ ร่างกายก็นิ่งงัน ‘หอ หอสายลมหนาวรึ?’
สายตามองไปด้านใน เห็นฮุยหลางที่ชะงักไปเหมือนกันยืนตัวแข็งทื่ออยู่ตรงนั้น สีหน้าไม่อยากจะเชื่อ
เฟิ่งจิ่วอึ้งอยู่สักพัก มองพวกเขา เห็นบนหน้าทั้งสองล้วนมีท่าทียากจะเชื่อ จึงกะพริบตาปริบๆ อย่างอดไม่ได้ ถามด้วยความอยากรู้อยากเห็น “หอสายลมหนาวคือที่ใดรึ?”
ใครจะรู้ นางไม่ถามซะยังดีกว่า พอนางถามเช่นนี้ ตัวฮุยหลางก็พุ่งออกไปทั้งใจสลาย
“นายท่าน! นายท่านข้าน้อยไม่อยากไปหอสายลมหนาวนะขอรับ… นายท่าน…”
เห็นฮุยหลางพุ่งออกไป อิ่งอีก็ได้สติกลับมา รีบเร่งตามออกไป หากไม่ทำตามคำสั่งนายท่าน เกรงว่าไม่เพียงฮุยหลางจะถูกโยนไปหอสายลมหนาว เขาก็อาจจะโดนเหมารวมไปด้วย
ดังนั้น ตายหนึ่งดีกว่าสอง เขาทำได้เพียงขอโทษต่อฮุยหลาง
เฟิ่งจิ่วยืนอยู่ตรงประตู ได้ยินเสียงฮุยหลางร้องโหยหวนดั่งผีร่ำไห้หมาป่าหอนดังลอยมา อดไม่ได้ที่จะขมวดคิ้ว แอบคิดว่า ‘หอสายลมหนาวเป็นที่ใดกัน? ถึงทำให้ฮุยหลางได้แล้วหน้าเปลี่ยนสี’
“แต่ว่า นายท่านเหยียนนั่นมาทำอะไรกันแน่? แล้วทำไมถึงโกรธปึงปังไปเสียแล้วเล่า?”
เธอพึมพำเสียงเบา คิดไม่ออก ก็ไม่ต้องคิดซะเลย กลับมาในห้องปิดล็อคประตู แล้วทำธุระที่ยังไม่เสร็จต่อไป
วันต่อมา เมื่อเธอนำยาขั้นสี่ที่ปรุงออกมาส่งให้หลินเหล่า เห็นท่าทางเขาตื่นเต้นประหลาดใจ พูดทั้งยิ