มือให้สัญญาณเขาถอยไป
“ขอรับ” หลินเหล่าถอยออกไปหลังคำนับลา
ส่วนอีกด้านหนึ่ง ในหอสายลมหนาว
ฮุยหลางหลบอยู่ในห้องเหลือบมองร่างกายตัวเอง ด่าทอทั้งกัดฟันกรอด “เจ้าเด็กนี่! ก็รู้อยู่ว่าเขาคงไม่ช่วยรักษาข้าง่ายดายเพียงนั้น กะแล้วเชียวว่าต้องมีเจตนาไม่ดี!”
เวลานี้ ประตูห้องถูกผลักออก บุรุษรูปโฉมขาวเนียนบอบบางเดินเข้ามา ชำเลืองบริเวณนั้นที่ตั้งตรงขึ้นของฮุยหลาง ก่อนจะเผยรอยยิ้มซุกซนอย่างอดไม่ได้
“ฮุยหลาง ข้าว่าเจ้าไปทำเรื่องวุ่นวายอะไรเข้าเนี่ย? คนอื่นอยากคึกเป็นม้ายากล้มช่างยากเย็น เจ้ากลับไม่เหมือนกัน ดูสิ นานแค่ไหนแล้วนะ? ยังแข็งแรงถึงเพียงนี้ ความทรหดช่างห่างไกลจากระดับข้าเสียจริง!”
ได้ยินเช่นนี้ ฮุยหลางก็ถลึงมองเขา บอกว่า “เจ้ายังมาหัวเราะอีก? ไม่ช่วยข้าลองคิดหาทางแก้เล่า เป็นพี่น้องกันไม่ใช่รึ!”
“ทางแก้ไม่ใช่ว่าไม่มี”
บุรุษผู้นั้นเดินเข้ามา เอ่ยว่า “ที่นี่เป็นสถานที่เช่นไรเจ้าก็รู้ สิ่งที่ไม่ขาดแคลนที่สุดก็คือเด็กหนุ่ม ถ้างั้น ข้าจะหาใครสักสองคนมาให้เจ้าระบาย?”
“เจ้าอย่าสร้างปัญหานักเลย ข้าร้อนใจแทบตายแล้วนะ!” เขาพูดอย่างไม่สบอารมณ์
“งั้นก็เอาเถอะ!” บุรุษผู้นั้นตบมือ ต่อจากนั้น เด็กรับใช้สองสามคนก็ยกผ้าไหมสีแดงที่แทบบางโปร่งใสกับแป้งปัดแก้มแดงเข้ามา
เห็นภาพเช่นนี้ ฮุยหลางก็กระโดดขึ้นมาอย่างไหวตัวทัน “เจ้าจะทำอะไรน่ะ?”
………………………………