ฟิ่งจิ่วมองฮุยหลางอย่างอมยิ้มกริ่ม เดินตามออกไป มาถึงด้านนอก กลับเห็นนายท่านเหยียนยืนอยู่นอกเรือน เช่นนั้น เธอจึงเดินเข้าไป ถามยิ้มๆ ว่า “นายท่านเหยียน ท่านคงจะไม่ได้รอข้าอยู่กระมัง?”
เขาหันตัวมา มองเด็กหนุ่มที่สูงถึงแค่หน้าอก กล่าวเสียงเข้ม “ที่นี่เป็นตำหนักยมราช เจ้าอย่าได้ลืมฐานะตัวเอง ไม่ว่าเรื่องอะไรก็อย่าให้มันเกินไปนัก มิเช่นนั้น ข้าจะจัดการแทนเอง!”
เห็นเขาทิ้งคำพูดตักเตือนไว้ก่อนจะจากไป เฟิ่งจิ่วก็เบะปาก สุดท้ายมันคือการบอกตรงๆ ว่าเขาคอยให้ท้ายอีกไม่ได้แล้วสินะ?
แต่เธอก็รู้สึกแปลกๆ มองยังไงนายท่านเหยียนก็ไม่ใช่คนที่เจ้าอารมณ์และสนิทด้วยได้ง่ายเลย แต่ทำไมถึงยอมอ่อนข้อให้ตลอด? ซ้ำยังปล่อยให้เธอสร้างปัญหาอีก?
จริงๆ แล้ว ที่เธอไม่รู้ก็คือ เพราะนายท่านเหยียนใช้ตัวตนท่านอาหลิงมาคลุกคลีกับเธอ ในสายตาเขา เฟิ่งจิ่วจึงเป็นเพียงเด็กหนุ่มที่กลับกลอกพิลึกพิลั่น แต่กลายเป็นว่าหนุ่มน้อยผู้นี้กลับคุ้นเคยกับเขาอยู่บ้าง เสียงเรียกท่านอาหลิงแต่ละเสียงนั้น ถึงแม้จะเรียกเสียจนสงสัยว่าตัวเองแก่เกินไปหรือไม่? แต่ไม่ยอมรับไม่ได้ ว่าเขาไม่อาจมีเจตนาร้ายกับหนุ่มน้อยได้เลย
เมื่อมีคำสั่งนายท่านเหยียน เฟิ่งจิ่วขอเพียงไม่ใช่ที่ต้องห้ามในตำหนักยมราช สถานที่อื่นๆ ล้วนเดินไปมาได้อย่างอิสระ ด้วยเหตุนี้ ไม่ต้องใช้เวลาถึงครึ่งวัน เธอก็สำรวจทั้งด้านในด้านนอกเสียจนหมดจด
หนึ่งในนั้น ยังมีอีกหลายที่ที่วางค่ายกลกร