ลังคิดค้นยาแก้พิษเหมันต์ ก็ยังมีพวกที่ช่วยตำหนักยมราชเรากลั่นปรุงยา ขอแค่ตั้งใจทำงาน ข้าจะไม่ปฏิบัติไม่ดีต่อใคร แต่หากมาสร้างปัญหาที่นี่ ข้าจะไม่ปราณีแน่!”
หลังเฟิ่งจิ่วมองเขาแวบหนึ่ง ก็บอกว่า “มันไม่ใช่ยาที่คิดค้นปรุงกันได้ง่ายขนาดนั้นนะ พิษเหมันต์มีตั้งหลายชนิด หนำซ้ำอาการก็ไม่เหมือนกัน หากไม่เคยจับชีพจรหรือตรวจดูสภาพร่างกาย นักปรุงยาคนไหนจะกล้าปรุงยาส่งเดชเล่า?”
สองแขนเธอกางออก ส่ายหน้านั่งลงข้างโต๊ะ “ไม่จับชีพจร ไม่เห็นคน ข้าก็ปรุงไม่ได้หรอก”
นายท่านเหยียนถลึงมองเฟิ่งจิ่วอยู่ครู่หนึ่ง นิ่งเงียบไป ไม่รู้ว่ากำลังคิดอะไร ลุกยืนขึ้นมาพูดว่า “งั้นเจ้าก็คุ้นเคยกับที่นี่ไปเสียก่อนเถอะ รอเจ้าระดับยาเจ้าสูงเท่านักปรุงยาหอโอสถค่อยว่าเรื่องนี้กัน!”
เห็นเขาจะไป เฟิ่งจิ่วจึงเร่งรีบยื่นมือออกไปคว้าดึงแขนเสื้อเขาไว้พลางตะโกนว่า “เดี๋ยวก่อน!”
นายท่านเหยียนขมวดคิ้วหันกลับมา สายตาจับจ้องบนมือเล็กขาวเนียนที่จับแขนเสื้อเขาอยู่ แววตาฉายแววเล็กน้อย ตะคอกเสียงเย็น “ปล่อย!” สะบัดแขนเสื้อสลัดมือเขาออก แล้วดึงเสื้อกลับมา
เฟิ่งจิ่วไม่ใส่ใจ กล่าวว่า “นายท่านเหยียน พวกท่านจับข้ามา กลับไม่เตรียมให้ข้าแม้แต่ที่ซุกหัวนอน ให้ข้าอยู่รวมกับคนอื่นๆ บนเตียงใหญ่ พวกท่านไม่เกรงใจกันเลยรึ? ยังมีอีก! พลังเร้นลับข้าถูกท่านปิดผนึกไว้ พวกท่านคุ้มกันที่นี่เข้มงวมถึงเพียงนี้ ยังกลัวว่าข้าจะหนีไปได้อีกรึ? ไม่ต้องใช้เวลาทั้ง