ากเข้าใจ ว่าคนพวกนี้จับเธอมาทำไมกันแน่?
ตำหนักยมราชรึ? เธอจำไม่เห็นได้เลยว่าตัวเองไประรานกองกำลังเช่นนี้ด้วย!
เช้าวันต่อมา เฟิ่งจิ่วถูกพวกเขาพาขึ้นเรือบินลำหนึ่ง เมื่อเรือบินลอยห่างพื้นขึ้นไปบนท้องฟ้า เฟิ่งจิ่วที่เดิมนั่งอยู่ด้านในก็เดินออกมา เห็นชายหนุ่มนั่งดื่มเหล้าอยู่หัวเรือ สาวก้าวย่างจะเดินเข้าไป กลับโดนขวางไว้
“ปล่อยเขาเข้ามา” นายท่านเหยียนสั่งโดยไม่หันหน้าไป
หลังเฟิ่งจิ่วเดินเข้าไปก็นั่งลงอย่างไม่เกรงใจ ยกเหยือกเหล้าขึ้นรินเหล้าเอง จิบไปคำหนึ่ง ก่อนจะถามว่า “พวกท่านจับข้ามาจะให้ช่วยชีวิตใครรึ? หรือว่า ต้องการทักษะการปรุงยาของข้า?”
คนพวกนี้แม้บนร่างจะมีไอสังหารกระหายเลือดรุนแรงนัก แต่กลับไม่มีความคิดจะฆ่าเธอ ไม่เช่นนั้น คงไม่มีชีวิตมาถึงตอนนี้ แต่คาดว่าสิ่งเดียวที่สามารถทำให้คนต้องตาได้ มีเพียงทักษะการรักษาและการปรุงยา
เห็นท่าทีลอยชายตามใจชอบ และท่าทางไม่ตกใจตื่นกลัว กลับทำให้ในดวงตานายท่านเหยียนเผยแววชื่นชม “ไม่กลัวข้าจะฆ่าเจ้ารึ?”
“อยากฆ่าคงฆ่าไปนานแล้ว ไยต้องรอถึงตอนนี้”
เธอลูบๆ ท้อง หันไปถามทหารอารักขาข้างๆ “เฮ้ ไม่มีของกินรึ? เอามาให้ข้าหน่อยสิ ตั้งแต่เมื่อวานถึงตอนนี้ข้ายังไม่ได้กินอะไรเลยนะ”
ทหารอารักขาผู้นั้นมองนายท่านเหยียนแวบหนึ่ง หลังได้รับสัญญาณ ถึงจะเดินเข้าไปในเรือบิน ไม่นานนัก ก็หยิบขนมอบออกมาวางลงบนโต๊ะเล็กสองสามจาน
มองหน้ากากบนหน้าเขาก็ไม่สวม เผยให้เห็นใบหน้