ผ้าสีดำอะไรบางอย่างปิดเอาไว้
พวกเขาพาเดินมาตลอดทาง รู้เพียงว่าหลังจากเดินไปบนช่วงหาทางแสนยาวไกลอย่างเลี้ยวลดคดเคี้ยว ข้างหูก็ได้ยินหลายคนขานต้อนรับนายท่านเหยียนกลับหอด้วยความเคารพ
“พาเขาไปเปลี่ยนเสื้อผ้า แล้วส่งเขาไปหอโอสถ”
หลังน้ำเสียงนายท่านเหยียนลอยมาข้างหู เธอก็ถูกคนพาไป มาถึงห้องห้องหนึ่ง ผู้ฝึกตนท่านหนึ่งแก้ผ้าสีดำที่ปิดตาไว้ออก ขณะเดียวกันก็โยนชุดคลุมสีเทาชุดหนึ่งเข้ามา
“รีบๆ เปลี่ยนแล้วตามข้ามา!”
เห็นผู้ฝึกตนยืนจ้องเธออยู่ในห้องเช่นนั้น ก็ถลึงดวงตา “เจ้าออกไปสิ! มัวจ้องอยู่ข้าจะเปลี่ยนชุดได้เช่นไร?”
“เป็นผู้ชายกันทั้งนั้นมีอะไรที่ดูไม่ได้เล่า? เร็วเข้า พิรี้พิไรให้มันน้อยๆ หน่อย!” นั่นคือผู้ฝึกตนวรยุทธ์ระดับหลอมแก่นพลัง เป็นชายอายุยี่สิบกว่า และเป็นหนึ่งในสิบหกคนที่ตามกลับมาด้วยกันครั้งนี้ นามว่า ฮุยหลาง
“ข้าไม่ชินกับการถูกคนจ้อง” เธอขมวดคิ้วบอก
“เจ้าเด็กนี่ปัญหาเยอะเสียจริง! หากไม่เปลี่ยนอีกข้าจะช่วยเจ้าเปลี่ยน?” ขณะพูด เขาก็ก้าวยาวเดินเข้าไปใกล้จริงๆ ก่อนทำท่าทางจะถอดเสื้อผ้าเฟิ่งจิ่ว
ทว่า ไม่รอให้เขาเข้าใกล้ เฟิ่งจิ่วก็ยืดคอขึ้นตะโกนลั่น “อ๊า! อนาจาร!”
ประตูห้องพลันถูกผลักเปิด ผู้ฝึกตนสองสามนายด้านนอกล้วนเคลื่อนกายเข้ามา เห็นสถานการณ์ในห้อง ก็เบิกดวงตาอย่างอดไม่ได้ “ใครอนาจารใครรึ?”
หลังจากหนึ่งคนในพวกนั้นจ้องมองทั้งสองคนในห้อง ก็ยิ้มแปลกๆ จ้องผู้ฝึกตนระดับหลอมแก่นพลังผู