ดีๆ เดิมจะคัดเลือกผู้มีพรสวรรค์ แต่ใครรู้ว่าจะถูกคนตำหนักยมราชทำให้กลายเป็นเช่นนี้
เรื่องแพร่ออกไปราวกับขนนกในสายลม ทำเอาผู้คนถอนใจไม่สิ้นสุด ต่างกำลังคาดเดาว่าคุณชายชุดแดงผู้นั้นจะเป็นหรือตาย?
ทว่าตลอดจนค่ำคืนมาเยือน เงาร่างสีดำกระโดดไม่กี่ทีก็มาถึงบริเวณในเรือนอย่างเงียบเชียบไร้เสียง
“คารวะนายท่านเหยียน!”
ผู้ฝึกตนชุดดำสิบหกนายในลานบ้านคำนับหนึ่งเข่าด้วยความเคารพ
“ลุกขึ้นเถอะ!”
น้ำเสียงทุ้มต่ำเยือกเย็นแฝงด้วยแรงกดดันทรงพลังดังขึ้น เสื้อคลุมเขาสะบัดขึ้น นั่งลงข้างโต๊ะหินในสวน พอหมุนตัวนั่งลง ใบหน้าก็เผยออกตามมา
นั่นเป็นใบหน้าหล่อเหลาที่ทำให้คนตกตะลึงยิ่ง อวัยวะทั้งห้าราวกับสวรรค์แกะสลักสรรสร้างมาอย่างวิจิตร โครงหน้าคมชัดดั่งใบมีด เฉยชาแต่กลับไม่สูญเสียความงดงาม ใต้คิ้วทรงดาบ ดวงตาคู่นั้นทั้งลึกล้ำและแฝงด้วยประกายลึกลับ ภายในเก็บไว้ซึ่งคมมีดดุร้ายน่าสะพรึง แค่แวบเดียว ก็ทำให้คนก้มหน้าลงโดยไม่รู้ตัว ไม่กล้าสบรับกับนัยน์ตาดำน่ากลัวที่แฝงด้วยแรงกดดันแกร่งกล้าและคมมีด
และใต้จมูกสูงโด่ง คือริมฝีปากบางน่าหลงใหล ตอนนี้มันเหยียดอยู่น้อยๆ กลิ่นอายเยือกเย็นน่าหวาดหวั่นทั่วร่าง สูงส่งเช่นเทพสวรรค์ และดุดันรุนแรงราวกับราชันย์แห่งใต้หล้า!
หากตอนนี้เฟิ่งจิ่วเห็นเข้า ต้องอุทานเรียกว่า ‘ท่านอาหลิง!’ แน่
ถูกต้อง นายท่านเหยียนผู้นำตำหนักยมราช ก็คือหลิงโม่หานที่เฟิ่งจิ่วคุ้นเคย แต่หลิงโม่หานเป็นแค่ตัว