ารย์หลิง นี่คือลูกชาย…”
คำเขายังไม่ทันพูดจบ ก็ถูกตัดบทเสียแล้ว
หลิงโม่หานเห็นแล้วก็ไม่มองพ่อลูกคู่นั้น เพียงวางสายตาไว้บนร่างเฟิ่งจิ่ว เอ่ยว่า “น้องชาย งานแข่งปรุงยาทิพย์ยังไม่เริ่ม ไม่สู้เดินเป็นเพื่อนข้าหน่อยไม่ดีกว่ารึ?”
“ได้ขอรับ” เธอยกมุมปากขึ้นยิ้ม บอกกับประมูขเคอว่า “ประเดี๋ยวการแข่งเริ่มข้าจะกลับมา”
ประมุขเคอมองหลิงโม่หานอย่างประหลาดใจ แล้วมองๆ เฟิ่งจิ่ว ถึงจะตอบรับ “ได้ขอรับๆๆ พวกท่านไปกันเถิด!”
มองพวกเขาสองคนหนึ่งแดงหนึ่งดำเดินไปทางภูเขาด้านนั้น ก็สงสัยในใจ หรือว่าสองคนนี้รู้จักกัน?
“เจ้ากับตลาดมืดมีความสัมพันธ์อะไรกันรึ?”
หลิงโม่หานถาม มองหนุ่มน้อยชุดแดงที่เตี้ยกว่าเขาท่อนหนึ่ง ขมวดคิ้ว มิน่าถึงได้เรียกเขาท่านอา พอยืนอยู่ด้วยกัน ช่างคล้ายเด็กน้อยที่ยังไม่โตจริงๆ ด้วย
“ก็อย่างที่ท่านเห็น พวกเขาเชิญข้ามาช่วยงาน เพื่อช่วยพวกเขาชิงที่หนึ่งกลับมาขอรับ” เธอกล่าวอย่างไม่สนใจใยดี แล้วหาหินก้อนหนึ่งนั่งลง
แววตาลึกล้ำราวบ่อน้ำเก่าแก่จ้องสำรวจมองเฟิ่งจิ่ว ถามว่า “ข้าเคยพบเจ้ามาก่อนหรือไม่?”
ได้ยินคำพูดนี้ เฟิ่งจิ่วก็มองไปทางเขา แววตาอมยิ้มกริ่มมีความเย้าหยอกบางส่วน “ท่านอาขอรับ ตอนนี้ท่านยังสวมกางเกงชั้นในสีแดงอยู่หรือไม่เล่า?”
สิ้นสุดน้ำเสียง สองตาฉายประกายราวหมาป่าจ้องมองเขาอย่างแปลกๆ กล่าวยิ้มๆ ว่า “อันที่จริงข้าก็ชอบสีแดง ท่านดูสิ ทั้งตัวข้าล้วนเป็นสีแดงนะขอรับ”
ฟังคำพูดนี้ หลิ