านผู้นี้ไปอีกไม่ได้จริงๆ หนำซ้ำ เบื้องบนมีคำสั่งลงมา หากปีนี้แพ้อีก ตำแหน่งประมุขนี้ต้องหมดวาระ ดังนั้น…” เขาบอกด้วยรอยยิ้มขมขื่น
“ท่านประมุขเคอ”
เฟิ่งจิ่วมองไปที่เขา เอ่ยว่า “เดิมทีข้าเข้ามาช่วยงาน เพราะเห็นว่าเป็นชื่อเสียงของตลาดมืด แต่พอมาถึงที่นี่ ท่านประมุขเคอกลับทำให้ข้าไม่พอใจนัก หากยังอยากให้ข้าช่วย เช่นนั้น พวกเราก็ต้องคุยกันเรื่องค่าตอบแทน”
ประมุขเคอนิ่งไปพักหนึ่ง จากนั้นจึงพยักหน้า “เรื่องนี้แน่นอน ขอแค่ชนะการทดสอบครั้งนี้ได้ ข้าจะไม่เอาเปรียบใต้เท้าภูตหมอแน่นอน”
ฟังเช่นนี้ เฟิ่งจิ่วถึงจะเผยรอยยิ้มอย่างพอใจ “งานแข่งปรุงยาทิพย์จะจัดขึ้นเมื่อไหรรึ?”
“อีกสามวันให้หลังขอรับ”
เฟิ่งจิ่วเดินเข้าไปอีกครั้ง กล่าวว่า “งั้นก็เล่าเรื่องราวให้ข้าฟังอย่างชัดเจนเถอะ! ข้าจะได้เข้าใจเสียหน่อย”
“ได้ขอรับๆๆ” ประมุขเคอเห็นคำพูดเขามั่นใจ ก็สงบใจลง ก่อนจะนำเรื่องการแข่งปรุงยาทิพย์มาเล่าให้เขาฟังอย่างละเอียด
สามวันต่อมา
วันนี้เป็นการแข่งขันของนักปรุงยาจากแต่ละถิ่นในแคว้นเหินเวหาที่จัดขึ้นปีละครั้ง เพราะนักปรุงยาที่ตลาดมืดแคว้นเหินเวหาส่งมาแพ้ติดต่อกันสามปี ด้วยเหตุนี้ จึงให้ความสำคัญกับการแข่งปรุงยาทิพย์ปีนี้อย่างมาก
เมื่อเฟิ่งจิ่วนั่งรถที่ลากด้วยสัตว์บินได้มาถึงสถานที่แข่งขัน… บริเวณยอดเขาเวหาใต้ ก็เห็นได้ว่าทั่วภูเขาล้วนเต็มไปด้วยผู้คน
เพราะมาเข้าร่วมการแข่ง จึงตรงมายังยอดเขาถึงจะลงไป เพื่อห