าวก้าวเดินออกหน้า แววตาเย็นชาเดือดดาลที่มีแรงกดดันน่าสะพรึงมองตรงไปที่เขา “ใครให้เจ้าหาญกล้ามาเหิมเกริมต่อหน้าข้า? หรือผู้ติดตามข้าไม่ได้บอกเจ้ารึ ว่าข้ากำลังอาบน้ำอยู่ด้านใน?”
“เจ้า!” ชายวัยกลางคนมองอย่างขุ่นเคือง กลับไม่กล้าทำอะไรเขา
“ยังจ้องข้าอีก? เจ้าไม่ต้องการดวงตาคู่นี้แล้วสินะ?”
น้ำเสียงเธอเย็นเยียบ สายตาเยือกเย็นน่ากลัว และคำพูดนั้น ยิ่งทำให้ชายวัยกลางคนตื่นตระหนก จึงก้มหน้าลงทันทีไม่กล้าจ้องเธออีก
“หึ!”
เธอแค่นเสียงเย็น สะบัดแขนเสื้อ ถึงจะสาวก้าวเดินไปยังด้านในเรือน
รอทั้งสองคนออกไป ชายวัยกลางคนถึงจะเงยหน้าขึ้นมาอย่างน่าหวาดกลัว กำหมัดขึ้นแน่นในแขนเสื้อ กล่าวด้วยคำพูดดูถูกดูแคลน “แค่คนที่มาจากแคว้นเล็กระดับเก้า คิดว่าตัวเองเป็นคนสำคัญจริงๆ รึ? หากพรุ่งนี้ทำขายหน้า ดูสิว่าเจ้าจะยังทำท่าบ้าบิ่นอะไรอีก!”
กลับมาในห้อง เหลิ่งซวงเห็นนางยังโกรธปึงปัง นึกถึงการเคลื่อนไหวที่ได้ยินก่อนหน้านี้ จึงอดไม่ได้ที่จะคุกเข่าลงอย่างโทษตัวเอง “ข้าน้อยบกพร่องในหน้าที่ ขอนายท่านลงโทษด้วยเจ้าค่ะ!”
เฟิ่งจิ่วนั่งลงข้างโต๊ะ รินน้ำใส่แก้วแล้วดื่มลงไป โบกมือให้สัญญาณบอกว่า “ลุกขึ้นเถอะ! เรื่องไม่เกี่ยวกับเจ้า”
นางก้มหน้าลง กล่าวว่า “ไม่เจ้าค่ะ ข้าน้อยไม่เฝ้าให้ดี ถึงมีคนแอบเข้าไปรบกวนนายท่าน”
“คนผู้นั้นต่อให้เป็นข้าก็ยังไม่ใช่คู่ต่อสู้เขา ไม่ต้องพูดถึงเจ้าหรอก”
เธอเอ่ยอย่างไม่ถือสา “ยิ่งไปกว่านั้น ข้