ูใหญ่? นางซ้อมเจ้าจนเป็นเช่นนี้รึ?”
“ไม่งั้น พวกเจ้าคิดว่าในจวนยังมีใครที่มีฝีมือเช่นนี้อีก?” เขาเบะปาก เอ่ยว่า “ข้าบอกแล้ว! คุณหนูใหญ่ผู้นี้ไม่ธรรมดา พวกเจ้าก็ไม่เชื่อ จริงด้วย เมื่อครู่ข้าเรียกนางว่านายหญิงแล้ว ขาดแค่สาบานตน”
“เจ้ายอมรับนางเป็นนายแล้วรึ?” พวกเขาแปลกใจเล็กน้อย แค่ออกไปแวบเดียว นึกไม่ถึงว่าเขาจะยอมรับนางแล้ว?
“ใช่ ยอมรับแล้ว ข้ายอมรับนาง ซี๊ด รีบหยิบยามาทาให้ข้าสิ!”
ฟ่านหลินลุกยืนขึ้น มองพวกเขาที่กำลังครุ่นคิดแวบหนึ่ง ถึงจะเดินเข้าห้องไป หยิบกล่องยาออกมาจัดการแผลให้เขา
กลางคืนวันนั้น เฟิ่งจิ่วมาที่ห้องท่านปู่
“แม่หนูเฟิ่ง เมื่อเย็นเหลิ่งซวงบอกว่าหลานมีเรื่องจะคุยด้วย เรื่องอะไรรึ?” ท่านผู้เฒ่านั่งอยู่ข้างโต๊ะ มองหน้าเฟิ่งจิ่วพลางถาม
เฟิ่งจิ่วหยิบกาน้ำชาบนโต๊ะขึ้นรินชาสองถ้วย ถึงจะบอกว่า “ท่านปู่ ด้านตลาดมืดนั้นเชิญหลานไปช่วยงาน เรือบินที่ส่งมารับหลานเดาว่าพรุ่งนี้คงมาถึง ออกไปครั้งนี้อย่างน้อยก็สองสามเดือน ดังนั้นเรื่องในจวนยังต้องให้ท่านคอยดูอีกหน่อยนะเจ้าคะ”
“ส่งเรือบินมารับหลานรึ?”
ท่านผู้เฒ่าท่าทางตื่นเต้น “พาหนะบินได้น่ะรึ? นั่นไม่ใช่ของที่แคว้นธรรมดาๆ จะมีไว้ หรือว่าแคว้นที่เดินทางไปครั้งนี้สูงกว่าระดับหกอีกรึ?”
เธอส่ายหน้า “เรื่องนี้หลานยังไม่ถาม จึงไม่ค่อยรู้ชัด หลานกำลังคิดอยู่ ว่าจะบอกตัวตนภูตหมอให้ท่านพ่อรู้สักหน่อยดีหรือไม่? เพื่อเลี่ยงให้เขาเป็นกังวลที