องครักษ์แปดคนนั้นคอยอยู่นอกเรือน บอกว่าอยากพบท่านผู้เฒ่ากับท่านเจ้าค่ะ”
ทุกคนในห้องมองหน้ากันแวบหนึ่ง ถึงจะเดินออกไป
ประตูห้องเปิดออก เห็นทั้งแปดคนที่บ้างนั่งบ้างยืนอยู่ในสวนรวมตัวจัดแถวเรียงหนึ่งอย่างรวดเร็ว ก่อนจะคารวะด้วยความนอบน้อม “ข้าน้อยคาราวะท่านผู้เฒ่า คุณหนูใหญ่!”
“มีเรื่องอะไรรึ?” ท่านผู้เฒ่าถาม สายตามองผ่านบนร่างพวกเขาทั้งแปดคน
“ข้าน้อยแค่อยากถาม ว่าท่านผู้เฒ่าจะจัดการกับพวกเราเช่นไร? ให้พวกเราอยู่ต่อ หรือกลับไปก่อนขอรับ?” ชายหนุ่มชุดดำเอ่ยถาม สายตามองที่ท่านผู้เฒ่า
ท่านผู้เฒ่ามองเฟิ่งจิ่วแวบหนึ่ง ชะงักไปสักพัก ก็บอกกับพวกเขาว่า “พวกเจ้าอยู่ก่อนเถอะ!”
“ขอรับ” พวกเขาขานรับ มองไปยังเฟิ่งจิ่ว ดวงตาทั้งสำรวจและพินิจมองนางอย่างไม่ปกปิดแม้แต่น้อย
เฟิ่งจิ่วชำเลืองมองพวกเขา จากนั้นจึงกล่าวกับท่านผู้เฒ่า “ท่านปู่ หลานจะไปหาคนรับใช้คุยธุระนิดหน่อย ตรงนี้ท่านพ่อมีพี่ชายคอยเฝ้าคงไม่มีปัญหา ท่านก็กลับไปพักผ่อนก่อนเถอะเจ้าค่ะ!”
“ได้ ไปเถอะ!” ท่านผู้เฒ่าบอก เห็นนางสาวก้าวออกไป พลันนึกอะไรขึ้นได้ จึงรีบร้อนเรียกนางไว้ “แม่หนูเฟิ่ง รอก่อน”
เฟิ่งจิ่วที่เดินออกไปสองก้าวหันตัวกลับมามอง ก็เห็นเขาหยิบแผ่นป้ายชิ้นหนึ่งยื่นมา
“นี่คือป้ายประจำตระกูลเฟิ่ง เห็นป้ายเหมือนเห็นผู้นำ ไม่เพียงสามารถบัญชาการองครักษ์ ยังสามารถสั่งการกองทัพตระกูลเฟิ่งเราได้ด้วย จากนี้ไปป้ายนี้ส่งต่อให้หลานแล้ว ใช้มันดีๆ