งว่าท่านอ๋องสามจะไม่ก้าวก่าย”
สิ้นสุดน้ำเสียง กระบี่คมในมือก็แทงลงไปบริเวณต้นขา เพียงได้ยินเสียงสวบ ขณะที่เสียงกรีดร้อนดังระงม เลือดก็กระเซ็นลงพื้น
“พวกนี้ ล้วนคืนแก่เจ้า!”
เหล่านี้ ล้วนเป็นสิ่งที่เธอทวงแค้นคืนแทนเฟิ่งชิงเกอ! เธอรับปากว่าจะต้องให้นางคืนกลับมาเป็นเท่าตัว!
หลังจากซูรั่วอวิ๋นที่ขดตัวอยู่ได้ยินคำพูดของมู่หรงอี้เซวียน ดวงตาก็สั่นไหวน้อยๆ ก่อนจะเผยรอยยิ้มที่ดูไม่ได้ยิ่งกว่าร้องไห้ออกมา ก้มหัวลง ยื่นมือเข้าไปในผม ดวงตาฉายแววชั่วร้าย
“อ๊ะ!”
ซูรั่วอวิ๋นเก็บกลั้นความเจ็บรุนแรงบนขา พลันยืนขึ้นกระโจนหาเฟิ่งจิ่ว ปิ่นปักผมสีดำม่วงในมือแทงออกไปอย่างดุร้าย ราวกับโอบกอดไว้ซึ่งความคิดที่จะสิ้นใจไปพร้อมๆ กัน
“ระวัง!”
มู่หรงอี้เซวียนพลันได้สติมาคุ้มกันอยู่เบื้องหน้าเฟิ่งจิ่ว ขณะเดียวกันก็สะบัดฝ่ามือกระแทกซูรั่วอวิ๋นกระเด็นออกไปตามสัญชาตญาณ
“อั่ก!”
“ผัวะ!”
นางกระอักเลือดออกมา ทั้งร่างล้มลงบนพื้นอย่างน่าอับอาย มองมู่หรงอี้เซวียนด้วยลมหายใจรวยริน นัยน์ตามีรอยยิ้มโล่งอก เพื่อผู้ชายคนนี้ สุดท้ายก็จบได้ไม่สวยนัก แต่เขากลับไม่เคยมีนางอยู่ในหัวใจ
นางยกมือขึ้นตบลงบนกะโหลกศีรษะตัวเองดังผัวะท่ามกลางสายตาตกตะลึงของเขา เพื่อจบชีวิตที่น่าเศร้านี้…
เฟิ่งจิ่วเหลือบมองมู่หรงอี้เซวียนที่ขวางอยู่ด้านหลังตัวเองแวบหนึ่ง ก่อนจะหันมององครักษ์ทั้งแปดนาย เอ่ยว่า “จัดการศพนางซะ” ต้องยกประโยชน์ให้นางจริงๆ เธอยั