ังกล้ามาปรากฏตัวในจวนตระกูลเฟิ่ง มาโผล่อยู่เบื้องหน้า คิดว่าซูรั่วอวิ๋นจะไม่ทำอะไรนางเลยจริงๆ รึ?
“เรียกคนเข้ามา! จับตัวนางให้ข้าเสีย!” นางแผดเสียงลั่น ต้องการให้องครักษ์มาจับตัวเฟิ่งจิ่วที่ด้านในนี้
ทว่าทุกคนไม่มีใครทำ เพราะไม่กล้าพอ ต่อให้เป็นคนโง่ก็ยังเห็นว่าแม่นางที่ผูกผ้าคลุมหน้านั้นกำลังประคองท่านผู้เฒ่าของพวกเขาอยู่! ให้เข้าไปจับตัวรึ? พวกเขาไม่คิดสั้นถึงเพียงนั้นหรอก
เฟิ่งจิ่วไม่พูดไม่จา แค่มองนางด้วยสายตาแฝงรอยยิ้มจางๆ
ท่านผู้เฒ่าเฟิ่งเห็น จึงส่งเสียงหึหนักๆ พูดตะคอกว่า “องครักษ์อยู่ไหน!”
ชายหนุ่มแปดนายที่ยืนอยู่ข้างกายเฟิ่งเซียวราวกับคุณชายผู้สูงศักดิ์ก้าวออกหน้ามาพร้อมกันโดยไม่นัดหมาย ฝีเท้ามั่นคงท่าทางขึงขัง พวกเขาเข้าแถวเรียงหนึ่ง ประสานมือทำความเคารพด้วยท่าทางเหมือนๆ กัน น้ำเสียงกังวานทรงพลังที่มีกลิ่นอายพลังเร้นลับคละคลุ้งแฝงอยู่ดังออกมาอย่างเคารพยำเกรง
“ข้าน้อยขอคารวะท่านผู้เท่าขอรับ!”
ประโยคสั้นๆ ไม่กี่คำกลับทำให้ทุกคนในที่นี้ต่างตกอกตกใจ หลังจากทั้งแปดคนทำความเคารพ ก็ยืนท่าตรงเรียบร้อย ท่าทีเอ้อระเหยไร้วินัยที่เดิมทีเคยปรากฏอยู่บนร่างพวกเขาล้วนไม่เห็นแม้แต่น้อยในช่วงเวลานี้
ใบหน้าเคร่งขรึมมีไอสังหารที่รุนแรงน่าสะพรึง ท่วงท่าบนร่างแข็งแกร่งดุร้าย ราวกับนักรบกล้าตายที่เดินออกมาจากสนามรบ ย่างก้าวเป็นแบบแผนเดียวกัน รวมถึงท่าทีแข็งแรงมีพลัง ล้วนทำให้เบื้องหน้าสว่างวาบ