่นใจ “พวกเจ้าจะมาสวามิภักดิ์กับข้าแน่” สิ้นสุดน้ำเสียง ก็หมุนตัวเดินไปยังเรือนหน้า
ในความคิดนาง เมื่อเฟิ่งชิงเกอตายไปแล้วจริงๆ ไม่ช้าก็เร็วกององครักษ์นี้ต้องมาอยู่ในมือ ไม่เชื่อหรอก ว่าด้วยความสามารถนางจะไม่มีทางทำให้พวกเขายอมจำนนได้!
รอนางเดินเข้ามาใกล้ ชายหนุ่มชุดดำก็เดินเข้ามา กวาดมองสองคนข้างๆ เอ่ยว่า “พวกเจ้าอย่าได้ทำเกินไปนัก สุดท้ายนางก็เป็นลูกสาวท่านผู้นำตระกูล เป็นนายหญิงที่เราต้องจงรักภักดี”
“แน่ล่ะ! เพราะเจ้ารู้ว่านางมีความสามารถที่ทำให้พวกเรายินยอมพร้อมใจเรียกนางว่านายหญิงรึ?” ชายหนุ่มท่าทางลอยชายพูดอย่างไม่เห็นด้วยนัก ชัดเจนว่าไม่เห็นนางอยู่ในสายตา
“งั้นก็อย่าลืมที่พวกตาเฒ่ากำชับเราไว้เสมอล่ะ”
ฟังคำพูดนี้ พวกเขาต่างเงียบเชียบ ไม่มีใครปริปากพูดอะไรให้มากความอีก
ผ่านไปสักพัก ชายหนุ่มชุดดำจึงเอ่ยว่า “จวนจะได้เวลาแล้ว พวกเราลองไปดูด้านหน้ากันเถอะ!”
“ก็ดี” พวกเขาขานรับ แล้วไปยังเรือนหน้าพร้อมๆ กัน
และในเวลานี้ ทิศทางที่ไปยังจวนตระกูลเฟิ่ง เพราะฮ่องเต้เสด็จประพาส ทำให้ชาวบ้านบนถนนใหญ่พากันติดสอยห้อยตามพลางเฝ้าชม ต่างมองกองทัพท่าทางองอาจมุ่งไปยังจวนตระกูลเฟิ่ง และท่านเจ้าแคว้นสวมเสื้อคลุมมังกรเหลืองอร่ามนั่งตัวตั้งตรงอย่างสง่าผ่าเผยอยู่บนราชรถมังกร หันมองไปด้านข้าง มู่หรงอี้เซวียนที่สวมเสื้อคลุมสีม่วงทั่วร่างมีกลิ่นอายสูงศักดิ์กระจายอยู่กำลังขี่ม้าตามไป
เหล่าผู้นำตระกูลในจวนไ