วกเขาลองเข้าไปสังเกตการณ์ใกล้ๆ ทว่าเพิ่งจะเข้าใกล้ก็โดนไหวตัวทัน ไม่รู้จริงๆ ว่าเป็นเพราะสาวน้อยนั่นรู้สึกไวเกินไป หรือทักษะการซ่อนกลิ่นอายยังอ่อนด้อย
เดิมทีพวกเขาคิดจะพาท่านผู้เฒ่ากลับมา แต่เห็นเขาพูดคุยหัวเราะกับสาวน้อยผู้นั้น หนำซ้ำนางยังประคองท่านผู้เฒ่ามาเดินในสวนอยู่ทุกวัน เห็นเขาไม่เหมือนคนวิกลจริตเลยสักนิด จึงละทิ้งความคิดไป
แม้ไม่รู้ว่าสาวน้อยเป็นใคร แต่ความเอาใจใส่นั้นกลับไม่ใช่การเสแสร้ง ในเมื่อไม่คิดร้ายกับท่านผู้เฒ่า พวกเขาก็ไม่ใส่ใจ
“เฮ้ พวกเจ้าว่าใบหน้าแม่นางถูกทำลายกลายเป็นเช่นนั้น ไยจึงทำเหมือนไม่สนใจเท่าไหร่เลยเล่า?” บุรุษชุดฟ้าเอ่ยถามอย่างสงสัยอยู่บ้าง คราแรกที่เห็นใบหน้าเสียโฉมนั่น เขาก็ตกใจสะดุ้งเสียดื้อๆ
อันที่จริง นั่นก็เป็นสาวน้อยคนหนึ่ง นึกไม่ถึงว่าใบหน้าจะถูกทำลายเสียจนดูไม่ได้โดยสิ้นเชิง แค่เขามองยังรู้สึกสงสารเลย
“บนตัวแม่นางไม่มีกลิ่นอายพลังเร้นลับ เดาว่าเป็นแค่คนธรรมดา กลิ่นอายคนชื่อกวนสีหลิ่นนั่นกลับสงบเงียบ เป็นผู้มีความสามารถ”
บุรุษชุดดำกล่าวเสียงเข้ม ชะงักลงพักหนึ่ง ก่อนจะหลับตาลง เอ่ยว่า “วันนี้พวกเจ้าต่างเห็นลูกสาวท่านผู้นำตระกูลแล้วล่ะสิ? คิดเห็นเช่นไรกันบ้าง?”
“ก็ไม่เท่าไหร่ คุณสมบัติไม่พอจะมาเป็นผู้นำกององครักษ์เราเลยจริงๆ”
“อืม พละกำลังไม่โดดเด่นก็จริง แต่หน้าตากลับงามเป็นเลิศ”
“เห็นเป็นสาวน้อยอ่อนโยนสง่างาม จะให้มาเป็นผู้นำกององครักษ์เรางั้น