ซ้ำร่างกายยังถูกวางยาอีก”
“ฤทธิ์ทำให้ตื่นตัวรึ?”
ท่านผู้เฒ่าเช็ดน้ำตาออกไปคิดๆ ดู กล่าวด้วยคำพูดเกลียดชัง “เป็นผู้หญิงคนนั้น ตอนนั้นปู่ไปในเรือนเพื่อจะจับนางมา แต่นางอาศัยที่ปู่ไม่ทันสังเกตประโคมพวกผงยาทำให้ปู่เผลอเลินเล่อสูดเข้าไป ซ้ำยังบอกว่า…”
พูดถึงตรงนี้ น้ำเสียงเขาชะงักลง ลังเลอยู่พักหนึ่ง
“บอกว่าใบหน้าหลานถูกนางกรีดทำลายรึเจ้าคะ? ท่านปู่จึงเคืองแค้นเรื่องที่ถูกนางทรมาน?” การคาดเดาที่เธอคิดได้ก็คือเรื่องนี้ ไม่เช่นนั้นท่านผู้เฒ่าคงไม่หลงกลอย่างง่ายดาย
ท่านผู้เฒ่าเฟิ่งพยักหน้า “ไม่ผิด ตอนนั้นปู่ได้ยินก็โกรธมาก เพียงรู้สึกมีไฟปะทุซู่ขึ้นมาในหัว ควบคุมสติไม่ได้นิดหน่อย”
ขณะที่พูด คล้ายจะนึกอะไรออก จึงเอ่ยถามอย่างแปลกใจเล็กน้อย “จริงด้วย ปู่มาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร? ไม่ใช่ว่าถูกขังไว้หรอกรึ?”
แม้ตอนนั้นสติจะเสียการควบคุม แต่การรับรู้ยังชัดเจนอยู่บางส่วน ทว่าเขามาถึงที่นี่ได้เช่นไร กลับไม่รู้เรื่องเลย
ฟังคำพูดนี้ เธอก็ยิ้มอ่อนโยน ในดวงตาอันหลักแหลมฉายแววท่าทางเจ้าเล่ห์ “แน่นอนว่าหลานพาท่านปู่ออกมาเองเจ้าค่ะ!”
“แต่ว่า…”
เห็นเขายังคิดจะถาม เธอจึงตัดบทคำพูด เอ่ยยิ้มๆ ว่า “เอาล่ะท่านปู่ ท่านออกมาก็คิดมากถึงเพียงนี้ ร่างกายยังมีพิษตกค้างที่ยังไม่ล้าง รักษาตัวอยู่ที่นี่ให้ดีก่อนค่อยว่ากัน ข้าจะไปยกข้าวต้มมาให้ท่านปู่ทานนะเจ้าคะ”
เห็นนางหันตัสเดินออกไป ท่านผู้เฒ่าเฟิ่งก็ผงะเล็กน้อย พาเขาอ