่มองเห็นได้ด้วยตาเปล่ารวมตัวกันอยู่ มันเตะไปทางมู่หรงอี้เซวียนด้วยความเร็วดั่งสายฟ้าฟาด
“อื้ม!”
มู่หรงอี้เซียวร้องอู้อี้ในลำคอ ร่างกายตกจากหลังคาลงไปบนพื้นอย่างเสียสมดุล เร่งรีบปรับตัว เรียกพลังขึ้นทรงตัวร่อนลงพื้น แต่เพราะความเร็วและความแรงในการตกที่สัมพันธ์กัน จึงยังคงถอยหลังไปหลายก้าวถึงจะสามารถยืดหยัดมั่นได้อย่างไม่อาจควบคุม
หลังจากรอให้ยืนคงตัวเขาค่อยมองขึ้นไป เพียงเห็นเงาร่างสีดำบนหลังคาโผเข้ามา แววตานั้น ทำให้รู้สึกคุ้นเคยเล็กน้อย จึงเหม่อลอยไปชั่วขณะเพราะความตื่นตะลึง
“รีบไล่ตามไป!”
เฟิ่งเซียวเห็นเงาร่างชุดดำพุ่งลอยหนีจาก และหายตัวไปในยามค่ำคืนอย่างว่องไว จึงออกคำสั่งให้องครักษ์ไล่ตามไปทันที
ด้วยความเร็วขององครักษ์จวนตระกูลเฟิ่ง จะไล่ตามเฟิ่งจิ่วทันได้อย่างไร? หลังออกจากจวนก็ถลาแล่นไปอย่างไม่หยุดพัก พอสลัดคนด้านหลังออกไปไกล เมื่อกลับมายังละแวกนอกเรือน ถึงจะพาท่านผู้เฒ่าในห้วงมิติออกมา ประคองเขาโดดเข้าไปในบ้าน มาถึงภายในเรือน
“เสี่ยวจิ่ว เป็นอย่างไรบ้าง? ราบรื่นดีหรือไม่?” กวนสีหลิ่นกับเหลิ่งซวงรออยู่ในลานบ้าน พอเห็นนางกลับมาก็เร่งรีบเข้าไปรับคนไว้
“ยังได้อยู่” เธอส่งคนให้เขา เอ่ยว่า “พยุงเข้าไปในห้องก่อน เหลิ่งซวง เจ้าเฝ้าอยู่ตรงลานบ้านนะ”
“เจ้าค่ะ” เหลิ่งซวงขานรับ คอยเฝ้าอยู่ในลานบ้าน
พอเข้าห้อง กวนสีหลิ่นก็วางท่านผู้เฒ่าลงบนเตียง มองท่านผู้เฒ่าเฟิ่งที่หมดสติสูบผอม จึงหันห