ับจวนตระกูลเฟิ่งเช่นเดิม จึงมาถึงเรือนท่านปู่อย่างง่ายดาย ในสายตานาง แม้ท่านผู้เฒ่าจะถูกวินิจฉัยว่าจิตวิปลาสเสียจนโดนจับขังไว้ ก็น่าจะถูกขังในเรือนตัวเอง สุดท้ายแล้ว ด้วยความกตัญญูที่ท่านพ่อมีต่อท่านปู่ จึงไม่น่าจะรุนแรงกับเขานัก
“ปล่อยข้าออกไป! ปล่อยข้าออกไปนะ! ข้าจะฆ่าเจ้าซะ! เจ้าผู้หญิงต่ำทราม! นังหญิงเดนนรก!”
ยังไม่ทันเข้าใกล้ ก็ได้ยินเสียงร้องโวยวายของท่านผู้เฒ่าลอยมาจากด้านในห้อง ไม่นานนัก ซูรั่วอวิ๋นในชุดกระโปรงสีฟ้าน้ำทะเลก็เดินออกมา ขณะที่ประตูห้องปิดลง ยังเอ่ยกับองครักษ์ที่เฝ้าประตูอย่างเสแสร้งว่า “สุขภาพท่านปู่ไม่ค่อยดี พวกเจาจำต้องดูแลอย่างระมัดระวังล่ะ”
“คุณหนูวางใจเถอะ ข้าน้อยจะดูแลท่านผู้เฒ่าอย่างดีขอรับ” องครักษ์สองนายเอ่ยเสียงเข้ม
“อืม พรุ่งนี้ข้าจะมาอีกนะ” นางพยักหน้า ก่อนจะเคลื่อนก้าวย่างจากไปเบาๆ
เห็นเธอจากไป สององครักษ์เห็นรอบๆ ไม่มีคน จึงพูดขึ้นอย่างอดไม่ได้ “เจ้าว่าทำไมท่านผู้เฒ่าถึงเอาแต่ด่าทอคุณหนู? ซ้ำยังบอกว่านางเป็นตัวปลอมอีก?”
“ไหนบอกว่าเชิญหมอหลายท่านมา สุดท้ายผลวินิจฉัยก็เหมือนๆ กันไม่ใช่หรือ? ต่างพูดว่าท่านผู้เฒ่ามีอาการคลุ้มคลั่ง เจ้าว่า หากไม่เป็นเช่นนี้ อยู่ดีๆ จะหยิบกระบี่มาฆ่าคุณหนูได้อย่างไรเล่า?”
องครักษ์ผู้นั้นเกาหัว เอ่ยอย่างไม่เข้าใจ “แต่นี่มันแปลกมากนะ! เห็นชัดๆ ว่าก่อนหน้านี้ท่านผู้เฒ่ายังดีๆ อยู่เลย จู่ๆ กลายเป็นแบบนี้ได้ยังไงกัน? ข้ามัก