ายพลังเร้นลับอันแกร่งกล้าสั่นสะเทือนเป็นกระแสลมกลางอากาศที่สั่นไหวอยู่น้อยๆ
เฟิ่งจิ่วหันกลับไปมอง เห็นท่านพ่อเรียกพลังลอยถลาเข้ามา หมัดพยัคฆ์โจมตีมาพร้อมทั้งพลังมืดอันแข็งแกร่ง ใบมีดลมที่เกิดขึ้นจากความแรงหมัดตวัดผ่านกลางอากาศ ส่งเสียงดังฟิ้วออกมา
ตามปกติเธอไม่อาจลงมือกับเขาได้ ไม่ต้องพูดถึงว่าจะสู้ได้หรือไม่ แค่ทำเขาบาดเจ็บโดยไม่ระวังก็ไม่ดีแล้วล่ะ!
ตอนนี้ เธอหมุนกลับตัว ระหว่างหมุนก็หลบหมัดที่โจมตีมารุนแรงอย่างรวดเร็ว ไม่ประมือกับเขาซึ่งๆ หน้า แต่เลือกที่จะเร่งรีบถอยห่างแล้วเรียกพลังกระโดดออกไปนอกจวน
“จับหัวขโมยนั่นไว้!”
เฟิ่งเซียวแผดเสียงลั่น เห็นมู่หรงอี้เซวียนขวางอยู่เบื้องหน้าคนชุดดำ จึงรีบร้อนกลับตัวเดินเข้าไปในห้อง เมื่อเห็นตัวท่านพ่อไม่อยู่ในห้อง ใจก็หมองมัว “ท่านผู้เฒ่าล่ะ?”
คนรับใช้ลนลานตามมา เห็นในห้องไม่มีคน จึงตกใจอย่างอดไม่ได้ รีบเอ่ยว่า “เมื่อกี้ข้าน้อยเข้ามาในเรือน เห็นแค่คนชุดดำนั่นออกมาจากห้อง ไม่เห็นท่านผู้เฒ่าเลยขอรับ”
“ไปหาสิ! รีบไปตามหาเร็ว!”
เขาตะคอกเสียงดัง สายตามองไปยังทั้งสองคนที่กำลังต่อสู้กันบนหลังคา “ต้องจับหัวขโมยนั่นให้ได้!”
เธอไม่กล้าลงมือกับท่านพ่อ แต่ไม่เกรงใจมู่หรงอี้เซวียนเลย ยิ่งไม่ต้องพูดถึง มู่หรงอี้เซวียนที่รู้จักกันในนามอัจฉริยะอันดับหนึ่งแห่งแคว้นแสงสุริยัน เธออยากประชันฝีมือด้วยสักครั้งมาตั้งนานแล้ว ด้วยเหตุนี้ จึงลงมือดุร้ายในทุกกระบวนท่