ราวกับฟ้าคะนองที่ก่อพายุขึ้นในหัวใจพวกเขาชั่วขณะ
“เจ้าคือเฟิ่งชิงเกอรึ? ละ แล้วเฟิ่งชิงเกอที่พวกเราพบวันนั้นเล่า? นางเป็นใคร?” กวนสีหลิ่นเบิกตาออกกว้างอย่างงงงัน สีหน้าตกตะลึง
ทว่า พอคิดว่าเสี่ยวจิ่วไม่น่าจะหลอกเขา ก็นึกถึงวันนั้นที่เขามักจะรู้สึกว่าเฟิ่งชิงเกอกับเสี่ยวจิ่วคล้ายกันอยู่นิดหน่อย เวลานี้ได้ยินคำพูดเช่นนี้อีก เพียงรู้สึกว่ามันน่าเหลือเชื่อเกินไปแล้ว
แม้แต่เหลิ่งซวงที่เย็นชาเสมอ ตอนนี้ยังมีสีหน้าตกใจ
หากนายท่านเป็นเฟิ่งชิงเกอ งั้นก็อธิบายได้ว่าทำไมนางถึงสนใจเรื่องตระกูลเฟิ่งเพียงนั้น แต่ว่า หากนายท่านคือคุณหนูเฟิ่งชิงเกอแห่งจวนตระกูลเฟิ่ง เช่นนั้น เฟิ่งชิงเกอตัวปลอมก็เป็นคนที่ทำลายใบหน้านายท่านน่ะสิ?
“นางชื่อซูรั่วอวิ๋น ตอนอายุไม่กี่ขวบถูกข้าเก็บกลับมาจากข้างถนน ติดตามอยู่ข้างกายข้าเสมอ ทว่าใจคนยากแท้หยั่งถึง นางสวมรอยตัวตนข้า กรีดรอยบนใบหน้า แล้วให้คนส่งข้าไปขายยังหอนางโลม ซ้ำยังป้อนยาพิษให้ด้วยกลัวว่าข้าจะไม่ตาย”
น้ำเสียงเธอนิ่งสงบ เหมือนกำลังเล่าเรื่องราวของคนอื่น แต่กวนสีหลิ่นกับเหลิ่งซวงฟังแล้ว กลับกำหมัดขึ้นมาไว้แน่น ขณะที่ทุกข์ใจ ก็อดใจรอให้ได้ลงมือกำจัดหญิงสาวใจยักษ์นามซูรั่วอวิ๋นนั่นด้วยตัวเองแทบไม่ไหว!
เฟิ่งจิ่วซดซุปหวานที่เย็นชืดขึ้นนิดหน่อย ผุดเผยรอยยิ้มอ่อนโยน เอ่ยว่า “แต่ว่า ถึงนางคิดแผนไว้แยบยล ก็คงคาดไม่ถึงว่าข้าจะยังมีชีวิตอยู่ และยิ่งนึกไม่ถึงว่าข้าจะ