ัน ชิงเกอ เจ้ากลับเรือนไปก่อน ที่นี่มีพ่ออยู่ก็พอแล้ว”
“อืม”
นางหลับตาลงพยักหน้า ในใจนึกไม่ถึงว่าเขาจะไม่จับท่านผู้เฒ่าขังอย่างง่ายดายเช่นนั้น อันที่จริง ความรู้สึกพ่อลูกระหว่างเขากับท่านผู้เฒ่าก็ดียิ่งเสมอมา คงไม่ตัดสินว่าท่านผู้เฒ่าสติฟั่นเฟือนเพียงเพราะคำพูดของหมอท่านหนึ่ง และยิ่งจะไม่กักขังตัวท่านผู้เฒ่าขึ้นมาโดยง่าย
ทว่า ต่อให้เชิญใครมาก็เหมือนๆ กัน นางจะทำให้เขาเชื่อ ว่าท่านผู้เฒ่าเสียสติไปแล้ว
ส่วนอีกด้านหนึ่ง เฟิ่งจิ่วนั่งเอามือหนึ่งเท้าคางอยู่ในเรือน ไม่รู้ว่ากำลังคิดอะไรอยู่ ขนาดเหลิ่งซวงกลับมา ก็ยังไม่ทันสังเกต
“นายท่านเจ้าคะ?”
“หืม?” เธอดึงสติกลับมา เห็นนางยืนอยู่ข้างกาย จึงเอ่ยถาม “พวกเจ้ากลับมาแล้วรึ? เลือกคนมาได้รึเปล่า?”
“ได้เจ้าค่ะ คุณชายซื้อตัวกลับมาห้าคน จึงอยากเชิญนายท่านออกไปนอกเรือนเจ้าค่ะ”
“อืม” เธอผูกผ้าคลุมหน้า ก้าวนวยนาดมาถึงด้านนอกเรือน
กวนสีหลิ่นเห็นนางเข้า จึงรีบร้อนเข้าไปรับหน้า “เสี่ยวจิ่ว เจ้ามาแล้ว ลองดูสิ ข้าซื้อตัวกลับมาห้าคน หนึ่งในนั้นเป็นแม่ครัวด้วยนะ” ไม่ทันไร ก็กล่าวกับคนเหล่านั้นว่า “พวกเจ้าเงยหน้าขึ้นมาให้น้องสาวข้าดูสิ”
“เจ้าค่ะ”
ทุกคนตอบรับ ถึงจะเงยหน้าขึ้นมาด้วยท่าทางกระวนกระวาย เมื่อเห็นสาวน้อยที่ทั่วร่างล้วนดูสง่างามยืนอยู่เบื้องหน้า ในดวงตาพวกเขาต่างฉายแววตื่นตาตื่นใจ กลับไม่กล้าพินิจมองอย่างเหิมเกริมเกินไปนัก แต่มองแค่แวบเดียวก็รีบก้